คนกรุงเทพเป็นแบบนี้จริงรึเปล่า?

ขอเรื่องการเมืองซักนิดครับ ผมแค่อยากเอาความเห็นบางอย่างมาให้ฟัง ซึ่งผมเห็นด้วยมากทีเดียว แต่ไม่ทั้งหมด

อยากให้เปิดใจ แล้วลองฟังดูนะครับ

สัมภาษณ์ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์: สันติวิธีของคนกรุงเทพฯ เป็นเรื่องเหลวไหลและใจแคบ (10 มีนาคม 2553)

แล้วคุณคิดเห็นอย่างไร?

Tags: , ,

ผมไปสอบ TOEFL มา

เมื่อวันเสาร์ไปสอบ TOEFL มา หะหะ ไม่เคยไปสอบมาก่อนเลย สำหรับรายละเอียดขั้นตอนการไปสอบ คลิกเข้าไปอ่านได้นะ อันนี้จะเขียนเรื่องการสอบของผมเอง

ก่อนไปสอบ ด้วยความที่ตื่นตัวช้าไปหน่อย เลยมีเวลาเตรียมตัวน้อยมากและก็คงต้องสอบแล้ว ไม่งั้นจะไม่ทันสมัครทุน เตรียมตัวประมาณ 2 อาทิตย์แบบขี้เกียจๆ ทำตัวอย่างข้อสอบไปนิดนึง และทำ mini-test จาก CD ไปบ้างนิดหน่อย ส่วนที่รู้สึกว่าพอสู้ไหว คือ Reading และ Listening แต่ส่วนที่รู้ว่าตัวเองห่วยมากคือ Speaking และ Writing ครับ

2-3 วันก่อนสอบรู้สึกตื่นเต้นพอสมควร รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้สอบแบบ รีดคะแนน แบบนี้มานานมากแล้วตั้งแต่ Ent แบบประเภทว่า ความรู้สึกต้องเอาคะแนนให้มากที่สุดอะไรแบบนี้ มีวางแผนการสอบอะไรแบบนี้ เพราะช่วงเรียน ก็มักจะสอบด้วยความรู้สึกว่าแค่ทำให้ถึงจุดๆนึงที่พอใจ ก็พอ

การสอบมี 4 ส่วน Reading, Listening, Speaking และ Writing (อะไรเป็นยังไง อ่านได้ในลิงค์ด้านบนนะครับ)

Reading รู้สึกว่า มันยากกว่าข้อสอบ Ent ระดับนึง สิ่งที่น่ากลัวจะเป็นเวลามากกว่า

Listening อันนี้ผมจะฟัง conversation จะรู้เรื่อง แต่พอเป็น lecture ที่เป็นหัวข้อ เฉพาะทางมากๆ จะเริ่มหลุด เพราะเจอศัพท์เฉพาะทางแปลกๆ แล้วก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมเนื้อหามันชอบมีเกี่ยวกับ Psychology หรือไม่ก็ Geology ผมรู็สึกว่าเจอบ่อยมาก -_-”

Speaking อันนี้ ตอนแรกไม่รู้เลยว่ามันมี pattern 6 แบบตายตัวด้วยจนยิ้งบอก รู้สึกว่าตัวเองมักจะพูดยาวๆไม่ได้ คือตอบเป็นประโยคสั้นๆ และตอนซ้อมจะจบเร็วมาก และนึกคำไม่ออก คือ ถ้าเห็นคำศัพท์นี้ เวลาอ่านหรือได้ยินจะแปลออก(input) แต่พอจะดึงอออกมาพูดหรือเขียน(output) จะนึกไม่ออก นี่เป็นปัญหา

Writing ก็คล้ายๆ Speaking มักใช้แต่คำง่ายๆ และ grammar ยังผิดอยู่ และก็ปัญหาเดิม นึกคำไม่ออก

การสอบครั้งนี้ ผมหวังว่าจะได้ 90+ และก็ไปสอบ ฮ่าฮ่า พอถึงหน้าห้องสอบจริง ก็ตื่นเต้นดี ฮ่าฮ่า และเหตุการณ์ก็ดำเนินไปตามนี้

Read the rest of this entry »

Tags: , , ,

การไปสอบ TOEFL

เมื่อวันเสาร์ ผมไปสอบ TOEFL มาครับ ไม่เคยไปสอบมาก่อนเลย เลยมาเล่าให้ฟังกันซักนิด

การสมัครสอบ สมัครผ่านทางเว็บไซต์ของ ETS ไม่ยากอะไรครับ เว็บก็มีข้อมูลเพียบพร้อมพอสมควรและจัดไว้ดี ค่าสมัครสอบ $160 ก็ขึ้นกับค่าเงินตอนนั้นน่ะครับ เค้าก็จะมีให้เลือก สถานที่สอบ ผมเลือกไปสอบที่ ตึกชาญอิสระ II แถวเพชรบุรีตัดใหม่ เพราะอีกที่เป็นลาดพร้าวซึ่งไกลจากบ้านผม หลังจากระบบตัดเงินเรียบร้อย ก็ถือว่าเสร็จกระบวนการ เราก็ปรินท์ Ticket Confirmation ไว้ด้วย ซึ่งจะระบุรายละเอียด เลขประจำตัวสอบ ไว้ไปแสดงที่สนามสอบครับ

จากการอ่านตามเว็บ มีคนบอกว่า สถานที่สอบอาจเปลี่ยนแปลงได้ เพราะฉะนั้น ก่อนวันสอบ 1-2 วัน ก็ login เข้าไปเช็กอีกทีก็ดีนะครับ
สิ่งที่เค้าให้เตรียม ก็มี Ticket confirmation และ valid ID ซึ่งมีรูปและชื่อเราเป็นภาษาอังกฤษ เอาชัวร์สุด ก็ พาสปอร์ต นี่แหละครับ (อย่าใช้ผมเป็นตัวอ้างอิงนะครับ เอาชัวร์ไปอ่านจากเว็บ ETS.org อีกที)

ถึงวันสอบจริง ไปถึงตึกชาญอิสระ II เท่าที่ดู สามารถนั่ง BTS ไปลงสถานีทองหล่อได้ แล้วนั่งมอเตอร์ไซด์ทะลุซอยทองหล่อ ไปโผล่เพชรบุรีตัดใหม่ แล้วเดินไปทางขวาครับ นิดเดียวก็ถึง

เค้าให้รายงานตัว 8.30 น. ผมไปถึงประมาณแปดโมง มีคนเริ่มมาแล้ว เห็นใส่เสื้อกันหนาว(ร้อนขนาดนี้) เป็นอันรู้กันว่ามาสอบ(ฮ่าฮ่า) ผมก็แนะนำให้เอาเสื้อหนาวไปด้วย เพราะในห้องสอบก็เย็นพอสมควร

รายงานตัว เซ็นชื่อ เสร็จสรรพ ก็นั่งรอเวลา เช็กอิน ครับ สถานที่สอบตึกชาญอิสระ II เป็นบริษัทเหมือนรับ เป็นศูนย์ Training ศูนย์สอบ cer ของพวก Microsoft หรือ Sun โดยเฉพาะทำนองนี้ครับ คือมีห้องคอมพ์และอุปกรณ์ไว้ให้เรียบร้อย ถึงเวลาก็ต่อแถวเช็กอินครับ โดยจะต้องยื่นเอกสาร และถ่ายรูปทีละคน เท่าที่ผมดูรอบที่ผมสอบที่นี่ มีประมาณ 25-30 คนเท่านั้นเอง ห้องก็ไม่ใหญ่มากนัก แต่คอมพิวเตอร์ เก้าอี้ หูฟัง(ที่ผมใช้) และสถานที่ ถือว่าโอเคครับ ก่อนเข้าก็มีล๊อกเกอร์ให้เก็บของ เพราะเค้าจะไม่ให้เอาอะไรเข้่าไปในห้องสอบเลย นอกจาก ID เท่านั้น

Read the rest of this entry »

Tags: ,

External Thinkpad Keyboard

ผมอยากได้ตั้งแต่เห็นใน blog ของ David Hill แล้ว ตอนนี้ใช้แล้ว ชอบมาก!! มี Trackpoint ให้ความรู้สึกไม่ต่างจาก keyboard x200 ที่ใช้อยู่เลย เล็กและเบาดีด้วย

ต้องขอบคุณพี่ที่บริษัทที่หิ้วกลับมาให้ :P

Tags: ,

คนสมัยนี้ขี้เกียจกว่าคนสมัยก่อนจริงๆหรือ?

บังเอิญ ผมตั้งคำถาม “คนสมัยนี้ขี้เกียจกว่าคนสมัยก่อนจริงๆหรือ?” นี้เป็นชื่อ msn และเพื่อนผมคนนึงก็ทักเข้ามาครับ เลยได้คุยกันและเห็นว่าน่าสนใจดี เลยขอเอามาแปะซะหน่อย แม้ว่าบางตอนจะออกนอกเรื่องไปบ้างแต่ก็โอเค

ใครสนใจจะแสดงความคิดเห็น เชิญที่ comment ด้านล่างได้ตามสบายนะครับ
Read the rest of this entry »

Tags: , , , ,

BR: ทำไมคนเราถึงเกลียดภาษาอื่นๆ

(*BR – Blog Response)

หลังจากอ่าน blog เรื่อง ทำไมคนเราถึงเกลียดภาษาอื่นๆ ของ @m3rlinez แล้ว เกิดความรุ้สึกอยากแชร์ของตัวเองบ้าง เพราะมีความตรงกันข้ามกันกับของ @m3rlinez อย่างประหลาดๆ ฮ่าฮ่า

จะขอยึด เอาการเกลียดภาษาอื่นๆ 3 แบบ เหมือน blog ต้นฉบับเลยนะครับ

ส่วนตัวผม ตั้งแต่เด็กก็มีประสบการณ์ทั้ง 3 แบบเช่นกัน

แบบที่ 1 เกลียด เพราะเค้าลือมาแย่ๆ

สมัยเด็กๆ (คงจะช่วงเดียวกับ @m3rlinez แหละ) ผมค่อนข้างจะไม่ชอบ VB6 หลังจากแตะมันแค่นิดหน่อยเท่านั้น และเลือกที่จะเรียนรู้และเริ่มเขียน VC++ มากกว่า เพราะเห็นจากหนังสือว่า VB6 มันมีแต่ใช้ของที่คนอื่นเข้าสร้างมาเสร็จแล้ว เอามาประกอบ ลากแปะๆ มันไม่ได้เขียนโปรแกรมอะไรจริงๆ ถ้าอยากจะทำอะไรที่แปลกๆ ยากๆ แล้วไม่มีคนเขียน Control ให้ใช้ไว้ก่อนก็ทำไม่ได้ ถึงขนาดมีความคิดว่า “ถ้าเขียน VB6 นี่เราต้องตามตูดคนเขียน Control มาให้ตลอดไปงั้นเหรอ?” (สมัยเด็กผมยังเกรียนครับ)  เพราะฉะนั้นถ้าจะลงทุนเรียนรู้อะไร มันต้องเริ่มที่รากเลยสิ ต้องวิ่งลงไปข้างล่าง ทำมันให้ได้ แล้วมาเขียน VB6 Control ให้คนอื่นใช้ เท่ห์กว่ากันเยอะ

การตัดสินใจครั้งน้ันทำให้ผมพลาดโอกาสดีๆเยอะเหมือนกัน จะเขียนโปรแกรมคำนวนเกรดเฉลี่ยง่ายๆ แต่เสียเวลาเยอะมาก ขณะที่ถ้าเขียนด้วย VB6 คงจะแค่สะบัดๆก็ได้แล้ว  ยังอีกทั้ง มีเพื่อนคนนึง วิ่งไปทาง VB6 ถึงขนาดเขียนเกมส์ดิจิมอนส์ (ตอนนี้ยังมีให้โหลดอยู่เลย!!) ได้ลง Thaiware.com เป็นเกมส์โด่งดังในสมัยนั้นที่เขียนด้วยโดยเด็กม.ต้น   (แอบเจ็บใจลึกๆ ไอเราแค่เอารูปมาโชว์บนจอ ก็โคตรเสียเวลาแล้ว)

แต่ตอนน้ัน เขียนสร้าง Window form ดุ่ยๆขึ้นมาโชว์ ด้วยโค้ด C++ ล้วนๆ include<windows.h> นี่มันได้อารมณ์จริงๆนะ  (พยายามฝึกจำโค้ดนั้นอยุ่พักนึง กะจะไปโชว์คนอื่น) ถึงตอนนี้ก็ยังมีอคติลึกๆ กับ VB6 อยู่ดี และยังเขียนไม่ค่อยเป็นอยู่ทุกวันนี้ แม้ว่าจะรู้ว่ามันทำได้เร็วและใช้กันเยอะแค่ไหนก็ตาม

แบบที่ 2 เกลียด เพราะใช้แล้วไม่พอใจ

หลังจากหัด VC++ ซักพัก มีช่วงนึง ผมกระโดดไปหา Pascal เพราะอยากเขียนเกมส์บนดอส และรู้สึกว่า มันเป็นภาษาต่ำลงไปอีก เข้าใกล้ภาษาคอมพิวเตอร์เข้าไปอีก(จะเห็นว่าผมดำลงไปเรื่อย)  หลังจากอ่านหนังสือ และหัดเขียนอยู่ซักพัก เขียนได้ประมาณ Menu Console โปรแกรมบวกเลข ก็รู้สึกอยู่เต็มอกว่า เราไม่ชอบภาษานี้เอาเสียเลย โดยเฉพาะ syntax จะ assign ค่า ใช้ :=  ขัดใจมากกก จะเปิดจะปิด ใช้ begin..end ไม่ชอบมากๆๆ แล้วการประกาศตัวแปรอีก อะไรเนี่ย หลังจากนั้นก็ทิ้งและไม่แตะมันอีกเลย รวมทั้งตระกูล Delphi ด้วย โชคดีที่ ผมก็ไม่มีโอกาสต้องไปยุ่งมันอีกเหมือนกัน

แบบที่ 3 เกลียดโดยหลักการ

ผมไม่ชอบ ASP (รวมทั้ง ASP.NET ด้วย) เอามากๆอยุ่ช่วงนึง ผมเริ่มเขียน Web app จาก html+CGI-Perl หลังจากนั้นก็เพิ่ม SSI เข้ามาแล้วก็ไปหา php ซึ่งอาจจะเพราะเริ่มจาก Perl ทำให้ผมชอบ PHP มาก เพราะความง่าย (บางคนแถวนี้บอก มักง่าย) และยืดหยุ่นมากสำหรับผม แล้วก็มา ASP ตามกระแสตอนนั้น และก็ไม่ชอบ และกระโดดกลับไปซบ PHP อยู่ดี ที่ผมไม่ชอบ ASP ไม่ใช่เพราะ syntax begin…end แต่เป็น ความพยายามยัดเยียดแนวคิด VB เข้ามาครับ ASP ตอนนั้นมันจะมี tag พิเศษประมาณว่าทำ Pagnition ให้เลย ทำปุ่มแบบพิเศษให้เลย เหมือนเอา Control แบบVB มาแปะบนเว็บให้เลยแหละครับ แล้วเบื้องหลัง ASP server มันจะแปลงเป็น HTML+VBscript น่าเกลียดน่ากลัวให้เอง ซึ่งผมไม่ชอบแนวคิดนี้มากๆๆๆ เพราะด้วยความรุ้สึกในแบบที่ 1 ไมโครซอฟท์มันเอาอีกแล้ว และรู้สึกไม่ยืดหยุ่นและไม่ basic เอามากๆ เหมือนเรา control มันไม่ได้ เทียบกับ PHP ที่ไม่มีอะไรแบบนี้เลย ขึ้นกับ เรา echo ออกไปเป็น html เท่านั้น พื้นฐานกว่ามาก ผมเลยไม่ชอบ ASP พอควร จนบัดนี้ ASP.NET ผมก็ยังไม่ชอบเท่าไหร่ แหละหลีกเลี่ยงที่จะใช้มัน ถ้าไม่จำเป็นครับ

แม้ตอนนี้ ความเกลียดเหล่านี้ จะน้อยลงไปเยอะมาก แต่ละภาษาก็มีอะไรๆในตัวของมัน แล้วแต่คนชอบแล้วแต่คนใช้ แต่ความชอบความเกลียด ก็ยังมีผลต่อการตัดสินใจเลือกภาษาที่จะใช้บ้างอยู่ดี ทำไงได้ล่ะครับ เราเริ่มต้นมาด้วยกันกับภาษาที่เราชอบพวกนี้นี่น่า

ลองอ่านของผมกับของ @m3rlinez ต้นฉบับดูนะครับ เทียบๆแล้วจะเห็นความตรงข้ามกันอย่างประหลาด 55+

ผมเลยอยากเขียน blog นี้ชนกันไว้หน่อย

ปล. สังเกตดูก็ได้ blog @m3rlinez กับของผม ใครใช้ภาษาอะไร ความเกลียดหรืออคติพวกนี้มันฝังอยู่ลึกๆนะครับ ฮ่าฮ่า

Tags: ,