เครียด
ช่วงนี้เวลาของผม หมดไปกับโรโบคัพ ครับ เพราะต้องเตรียมไปแข่งที่จีน ช่วงกลางเดือน กรกฎาคมนี้
ไปด้วยความคาดหวัง ต้นทุน และแรงกดดันจากหลายด้านๆ
ผมไปค้างคณะ จันทร์ – พุธ – ศุกร์ ส่วนวันอื่นๆก็ไปทำงานที่คณะ ยิ่งตอนนี้ก็เปิดเรียนแล้วด้วย
รู้สึกเหมือนชีวิต โดนดูดเวลาไปเยอะมากครับ จนชักไม่แน่ใจว่าเรายังอยากทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้อยู่รึเปล่า
เปิดเรียนแล้ว เวลาน้อยลง แต่งานที่ต้องทำเหลือเยอะมากกก กลัวจะทำไม่ทัน งานก็เดินช้า
วิชาเลือกที่ลง ก็น่าเรียนเสียเหลือเกิน การบ้านก็น่าทำเสียเหลือเกิน ตอนแรกลงไปเต็ม 22 หน่วยกิต
แต่สุดท้ายก็เอาออก 1 ตัว อย่างช่วยไม่ได้ เพราะเกรงว่าจะไม่ไหว หนักเกิน เวลาไม่พอ
นี่อาจเป็นผลกรรม ที่ตอนปิดเทอม ไม่รีบทำให้เยอะกว่านี้ จนตอนนี้ที่ต้องทำเหลือเยอะ
กลัวทำไม่ทัน งานเดินช้า บางวันจิตตก ก็พาลงานยิ่งเดินช้าเข้าไปอีก
วันก่อนอดนอนนิดหน่อย คิดไรไม่ออก แล้วอยู่ๆก็กลัวตัวสั่น หน้าซีดขึ้นมาซะงั้น รู้สึกได้เลยว่า
หัวเย็นวาบ วิตกกังวล ต้องรีบลุกออกจากบริเวณนั้น ไปเดินเล่นข้างนอก เป็นสภาพที่อยู่ๆก็เครียดจัดกระทันหัน
ที่เกิดทั้งหมดนี้ จะไม่ว่าอะไรเลย ถ้ามันเครียด แล้วงานเดินเร็ว แต่นี่มันเดินช้า
แล้วทั้งที่ดูๆ จะทำไม่ทันแบบนี้แล้ว ผมก็ยังมีปล่อยเวลาเสียไปกับ เล่นเน็ต หรืออะไรไม่รู้อีก
ถ้าจะแพ้ เพราะทำเต็มที่แล้ว คงจะไม่เป็นไร แต่ผมกำลังกลัวว่าจะไม่ได้ทำเต็มที่ แล้วไปแพ้
นี่มันไม่ใช่
งานที่ผมทำคือ AI ซึ่งมันแตกต่างจากฝ่ายอื่นในความรู้สึกของผม งานฝ่ายอื่น มันเตรียมพร้อมได้
มันเทสได้ง่ายกว่า มันอยู่กับตัวเอง ทำตัวเองให้ดีที่สุด แต่ AI ไม่ใช่ ทำตัวเองให้ดีที่สุด ให้ไม่เกิดบั๊ก
แล้ว ยังไม่พอ มันยังขึ้นกับคู่ต่อสู้อีกด้วย คู่ต้อสู้จะเล่นเช่นไร คุณไม่มีทางรู้เลย จนกว่าจะแข่งจริง!
ทางแก้เรื่องนี้ คือต้องซ้อมให้เยอะที่สุด แต่นั่นก็ยังการันตีอะไรไม่ได้อยู่ดี ว่าคู่ต่อสู้จะไม่เล่นอะไรพิษดารกว่านี้ นอกจากนี้ฝ่ายอื่นยังเป็นที่ยอมรับในระดับนึงว่า มันมีขีดจำกัดอยู่
เมคคานิก ชิบไกลได้ดีกว่านี้ยากมาก vision นิ่งกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว
แต่คนมองว่า AI มันฉลาดได้ไม่มีขอบเขต -_-” ผมรุ้สึกมาก “เค้าเล่นมาแบบนี้ เราน่าจะบัง
ตรงนี้แทนนะ” “ถ้าเจอแบบนี้ น่าจะวิ่งไปตรงนี้นะ” ซึ่งสิ่งทีเ่จอนั้น มันน่าจะทำได้ ใช่
แต่มันเป็นกรณีเฉพาะ ก็ได้แต่ตอบว่า จะพยายามทำให้ แต่ก็ต้องไม่ให้เสียกรณีทั่วไปด้วย
ในทางกลับกัน AI ก็เป็นอะไรที่ได้ใส่ความคิดตัวเองลงไปเยอะมากเช่นกัน
ฝ่ายอื่นอาจจะมี ความยากลำบากของเค้ัานะ แต่นี่ผมบ่นของฝ่ายผม
อยากดูหนัง อยากเล่นWii อยากตั้งใจเรียนวิชาเลือก อยากสูบความรู้จากวิชาเลือกให้มากที่สุด
อยากเที่ยว อยากทำโปรเจคเล็กๆที่จดเก็บไว้ รออีกไม่ถึงเดือนน่าา
diary ครั้งนี้ แค่อยากระบาย ซึ่งเป็นวิธีจัดการความเครียดอย่างนึงของผม
สู้ต่อไป..

8 responses to "เครียด"
8:08 on June 8th, 2008
เป็นกำลังใจให้ผ่านช่วงนี้ไปได้
9:54 on June 8th, 2008
ถ้าเรา มีสติ รู้ตัวว่าเราเป็นอะไร ขนาดเขียนออกมาได้ ขนาดนี้ ก็ไม่น่าห่วงแล้วหละ
11:31 on June 8th, 2008
สู้ ^^"
18:11 on June 8th, 2008
ลองเปลี่ยนมุมมองการทำงานดีกว่าไหม?
จากเดิมว่า แพ้ไม่ได้ ต้องชนะ ต้องทุ่มเทมากกว่านี้
เป็น
กูได้มีโอกาสทำอะไรเท่ๆ แล้ว ทำให้เต็มที่ดีกว่า แพ้ก็เสมอตัว ชนะก็กำไร
ไม่ขออวยพรให้ชนะ แต่ขออวยพรให้พวกแกมีความสุขกับการทำงานดีกว่า
สู้ๆ
19:52 on June 8th, 2008
ขอบคุณทุกคน
@อรุช อย่างที่เขียนไว้ ความคาดหวัง ต้นทุน และแรงกดดัน
ต้องเข้าใจก่อนว่า มันไม่ใช่ของๆเราคนเดียว หรือกลุ่มเรากลุ่มเดียว
ไม่ใช่เราที่ลงทุนลงแรงกับมันคนเดียว
เราเลือกเองที่จะมาทำตรงนี้ ทำต่อจากพี่เค้า มันก็ต้องแลกกันด้วย
จริงๆโดยสรุปคือ กุกลัวจะไม่ได้ทำเต็มที่ แล้วมาเสียใจทีหลังมากกว่า
21:12 on June 8th, 2008
ความเครียดเกิดจากความคิดซ้ำๆถึงบางเรื่อง
ซึ่งเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว หรือไม่ก็ยังมาไม่ถึง
หรือคิดในบางแง่มุมที่ทำให้หดหู่
บางทีแค่รอให้เวลาผ่านไป ก็หายแล้ว
ยิ่งไปอยากหายยิ่งไม่หาย
ความเครียดไม่ได้อยู่กะเราตลอดเวลาหรอก
ความเครียดก็มีระดับความแรงไม่เท่ากันในแต่ละช่วงด้วย
อย่างตอนอ่านนี่ก็ไม่เครียด
แต่พอนั่งอยู๋คนเดียว แล้วย้อนกลับไปคิด
ความเครียดจะมาอีก
ถ้าไม่รุทัน
สรุปได้ว่า
อย่าไปกลัวมัน !!
23:22 on June 8th, 2008
แล้วมันจะผ่านไป
เครียดอย่างพอเพียงครับ
ขอให้ได้ที่ 1!
1:59 on June 9th, 2008
เวลาเจอเหตุการณ์อย่างนี้ มักจะใช้วิธีมองไปที่ผลสำเร็จตอนสุดท้ายนะ
ส่วนเรื่องที่ผิดพลาดไปแล้ว คงทำอะไรไมไ่ด้นอกจากปล่อยวาง และเก็บไว้เป็นบทเรียน อย่าเอามาเป็นแรงกดดันด้านลบ