preload

ตามล่า Search หาฝัน

http://picasaweb.google.com/lh/photo/6L8aPjRFeJo2m9UJB-xWJQ

รู้สึกชักจะกลายเป็น blog หนังสือไปเรื่อยๆ หนังสือเล่มนี้ผมเห็นผ่านๆตาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เคยคิดจะซื้อหรือหยิบขึ้นมาลองอ่าน เพราะมองผ่านๆ นึกว่าเป็นหนังสือสอนใช้ Google หรืออะไรทำนองนั้น

แต่วันก่อนผมไปทริปและมีรุ่นพี่คนนึง ถือหนังสือเล่มนี้อยู่ เลยขอยืมมาเปิดๆดูหน่อย และพบว่าผมเข้าใจผิด!!!

ในหนังสือ ผู้เขียน(คุณกระทิง) เล่าถึงประสบกาณ์ของตนเอง ที่ไปเรียนที่ Stanford และได้ไปการทำงานที่ Google

ผมลองอ่านบทแรกดู แล้วถึงกับวางไม่ลง และอ่านต่อไปจนจบบทสองที่เป็นเรื่อง ภายใน Google ถึงได้คืนหนังสือพี่เข้าไป

หลังจากกลับมาถึงกรุงเทพฯ มีวันนึงเลยไปหาซื้อหนังสือเล่มนี้ มาอ่านให้จบ

บทแรกๆ เล่าถึงชีวิตตอนเรียนและการปรับตัว และบทถัดมาเล่าถึงบรรยากาศในการทำงานที่ กูเกิ้ล ซึ่งยิ่งอ่านยิ่งตื่นเต้น แม้ว่าหลายๆเรื่องจะเคยได้ยินมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้ครับ และบทถัดๆมา คุณกระทิงก็เล่าถึงงานที่เค้าได้ทำ ในระหว่งที่ทำงานที่กูเกิ้ล ทั้ง Google Earth, Mars in Google Earth และ Moon in Google Earth เป็นต้น

แต่ด้วยความที่ ผมสนใจทาง Computer และเรื่องเทคนิค ซะมากกว่า ระหว่างอ่านหนังสือเล่มนี้ ความตื่นเต้นผมเลย จากที่ตื่นเต้นมากในบทแรกๆ กลับน้อยลงเรื่อยๆ ตอนถึงบทสุดท้าย เพราะบทหลังๆ เรื่องราวจะออกไปทาง Marketing ซึ่งเป็นงานของคุณกระทิง และออกไปในแนวทาง Project Management ที่ คุณกระทิงได้ไปจัดงานใหญ่ๆซะมากกว่า

แต่ถึงยังไง หนังสือเล่มนี้ก็ยังโอเคอยู่ดี สำหรับอ่านเล่น และคนที่มีความฝันครับ :D

เป็นชิ้นเป็นอัน ปั้นมากับมือ

ขณะที่นอนอ่านหนังสือเล่มนึงอยู่ชื่อ “บุกคนสำคัญ” ผมอ่านถึงตอนของ ลีโอนาโด ดาวินซี  ซึ่งทุกคนก็คงรู้จักดี

ในตอนนี้เค้าเล่าถึงผลงานของ ดาวินซี ที่มีมากมายหลายแขนง มีทั้งเป็นแค่ไอเดียที่จดไว้ ทั้งที่ทำสำเร็จขึ้นมาและทำค้างไว้ยังไม่เสร็จ ซึ่งผลงานส่วนใหญ่จะเป็นแบบหลังสุด

แต่ข้อคิดของเรื่องนี้คือ สิ่งที่ทำไม่เสร็จเหล่านั้น หรือล้มเหลวมากมายเหล่านั้น มันไม่ได้ไร้ประโยชน์หรือไม่มีค่า มันเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ ทำสิ่งต่อๆมาสำเร็จขึ้นได้

ผลงานหลายอย่างของ ลีโอนาโด ดาวินซี ใช้เวลาค้นคว้าศึกษาหลายปี แม้กระทั้งการปั้นรูปม้า ก็ต้องศึกษากายวิภาคของม้า จนสุดท้ายงานนั้นก็ไม่เสร็จเพราะมีเรื่องอื่นๆเข้ามา จนหลายคน วิจารณ์ว่า เพราะเค้าพยายามทำให้มันสมบูรณ์แบบเกินไป สุดท้ายก็เลยไม่เสร็จ

ผมนอนอ่านเรื่องนี้ แล้วก็นั่งคิดถึงชีวิตตัวเอง ย้อนกลับไปว่า ตั้งแต่เกิดมาผมทำผลงานอะไรสำเร็จบ้างนะ มันก็พอมีนะ หลายอันก็ภูมิใจ แต่หลายอันก็ล้มเหลว หรือทำแล้วทิ้งไปก็หลายอัน แต่สิ่งที่รู้สึกสะดุดอย่างนึงคือ สิ่งที่ผมเรียกว่าทำเสร็จที่ผ่านมา มันเสร็จด้วย deadline คือเพราะมีกำหนด deadline สุดท้ายก็ต้องรีบๆทำให้เสร็จ ไปซะทุกครั้ง ทุกชิ้่น และพอทำมันเสร็จก็เหมือนจะเลิก ไม่ทำต่อ และทิ้งมันไป

พอคิดๆดูแล้ว เลยชักรู้สึกว่า แบบนี้อาจจะเรียกว่าไม่สำเร็จก็ได้ แม้ผลลัพธ์มันจะสำเร็จ(ได้รางวัล บลาๆ) แต่ไม่มีเลยซักอย่างที่ ทำขึ้นมาแบบ บรรจงปั้นขึ้นมา โดยไม่สนใจเวลา ทำให้มันสมบูรณ์แบบที่สุด หรือพัฒนาต่อๆไปเรื่อยๆ จนตัวเองพอใจถึงที่สุด ที่แล้วมา มันพอใจเมื่อเทียบกับเวลาที่มีเท่านั้น ณ ตอนที่หมดเวลา ถ้าถามว่าอยากทำให้ดีกว่านี้อีกมั้ย ก็อยาก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ

นี่มันน่าจะเรียกว่ายังไม่เสร็จรึเปล่า

เขียนเรื่องนี้ ไม่ใช่อะไร เพราะรู้สึกว่าไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน และสำเร็จขนาดตัวเองภูมิใจมากๆ มาซักพักแล้วตั้งแต่แข่งโรบอทและซีเนียร์โปรเจค

My Dual Desktops

http://picasaweb.google.com/lh/photo/71rRGOLE44d9bLUTMzYdbw

ถ่ายเก็บไว้หน่อย Thinkpad x200 คู่กับ Mac mini ของที่ทำงาน

ปล. ถ่ายด้วย A88 ถ่ายนานมากกว่าจะไม่เบลอ -_-”

การเมืองยกเข่ง

ผ่านช่วงวิกฤติทางการเมืองมาซักพัก ผมก็ยังไม่แน่ใจว่ามันจบจริงๆ หรือเปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้เฉยๆ แต่วันก่อนผมนั่งดูการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา

ผมดูเพราะอยากรู้ว่าฝ่ายค้านจะนำเสนอข้อมูลอะไรออกมาบ้าง ไม่ได้หวังว่าจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร แต่ผมอยากรู้ว่ารัฐบาลปิดบังอะไรผมไว้บ้าง

แต่ก็ได้แค่ฟังไว้ เพราะไม่รู้ข้อเท็จจริงๆ เป็นยังไงกันแน่ รัฐสภาก็พิสูจน์อะไรไม่ได้ รัฐสภาไม่ใช่ศาล กล่าวหากันเป็นผู้ก่อการร้ายหรือฆาตกร เรื่องที่พูดจริงไม่จริง ก็ไปพิสูจน์กันในศาลที่ยุติธรรมกันต่อ จะดีกว่าครับ

ระหว่างที่นั่งฟังการอภิปราย ผมเห็นการแบ่งทีมอย่างชัดเจน คือฝ่ายค้านและรัฐบาล มีการใช้แทคติด คำพูด ประชดประชัน ประท้วง วิธีต่างๆนา ที่จะรุกรับ และสกัดฝ่ายตรงข้าม จนผมไม่แน่ใจว่า อธิปรายกันเพื่ออะไร

จนอยากจะให้มีโชว์สถิติประกอบการอภิปรายจริงๆ ว่าฝ่ายไหน ประท้วงกี่ครั้ง เข้ากรอบกี่ครั้ง โดนฟาวล์กี่ครั้ง เหมือนเวลาดูบอล

จริงๆเป็นความสงสัยของผมตั้งแต่เด็กแล้วว่า อภิปรายไม่ไว้วางใจ จะทำไปทำไม ในเมื่อ รัฐบาลก็มีเสียงมากกว่าอยู่แล้ว โหวตยังไงก็ชนะ

ต้องออกตัวก่อนว่าผมมีความรู้ทางรัฐศาสตร์น้อยมาก

อาจารย์นิ้วกลมในร้านคุกกี้

ผมได้หนังสือเล่มนี้มาโดยบังเอิญ ระหว่างเดินอยู่ในร้านหนังสือ และพึ่งอ่านมันจบไปเมื่อคืน หนังสือชื่อว่า “อาจารย์ในร้านคุกกี้” ของ คุณ นิ้วกลม

จริงๆ ผมได้ยินชื่อ นิ้วกลม มาระยะนึงแล้วจากทั้งการ Retweet และกล่าวถึงใน blog บางแห่ง แต่ไม่เคยอ่านหนังสือหรือคอลัมน์ของเค้าเลยซักครั้ง และบังเอิญจริงๆ ทั้งที่หนังสือชื่อหน่อมแน้มเหมือนหนังสือผู้หญิงอ่านมาก แต่วันนั้นนึกครึ้ม เลยซื้อมาลองอ่านดูครับ

http://picasaweb.google.com/lh/photo/r3SapWtlFCuGckeUw61OTg

เนื้อหาในหนังสือ มันเป็นเรื่องๆเป็นตอนๆ เหมือนนั่งอ่าน blog ของคนๆนึงอยู่เลย เป็นเรื่องราวแนวสร้างแรงบันดาลใจและการใช้ชีวิต แต่ละตอนมีเนื้อเรื่องและประเด็นของมัน เป็นหนังสือที่อ่านเพลินและสนุกมากครับ เพราะคุณนิ้วกลม เขียนเก่งและสนุกในการใช้คำและวลีๆขี้เล่นๆ ชวนให้อมยิ้ม หรือ quote ดีๆ ซึ่งผมจะชอบมากเป็นพิเศษ ในแต่ละตอนของหนังสือ คุณนิ้วกลมจะยกทั้งคน ทั้งประสบการณ์ ทั้งสิ่งของ มาเป็นอาจารย์และเล่าเรื่องราวและข้อคิด มุมมองออกมา แม้แต่สก๊อตซ์ไบรท์ก็เอามาเป็นอาจารย์

มีหลาย quote และวลีหลายอันมากที่อ่านแล้วชอบ ขนาดประมาณว่า อ่านๆอยู่แล้วอยากมีปุ่ม RT ลอยขึ้นมาให้กดตรงนั้น เลยจริงๆครับ

อ่านแล้วเพลินอย่างที่บอก เหมือนอ่าน blog ดีๆอยู่อันนึง ได้ข้อคิดให้เก็บไปคิดเรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เกี่ยวกับการใช้ชีวิตนี่แหละครับ แต่ละตอนจบในตอนเพราะฉะนั้นก็เหมาะกับติดตัวไป อ่านๆวางๆได้ หลังจากที่อ่านมาเรื่อยๆจนจบ ผมก็อยากอ่านเล่มต่อไปซะแล้ว เข้าใจว่าเนื้อหาในหนังสือเอามาจากคอลัมน์ “ขุนพลอาจารย์บาน” ในมติชนสุดสัปดาห์ที่ คุณนิ้วกลมเขียนประจำอยู่แล้ัว แต่ผมคงรอรวมเล่มจะดีกว่าล่ะมั้ง

ใครสนใจก็เหมือนเดิม มายืมไปอ่านได้ แนะนำครับ

ถึงตรงนี้ผมเลยอยากจะยกให้ คุณนิ้วกลม เป็นอาจารย์คนนึงเหมือนในหนังสือด้วยแล้วกันนะครับ :D

Google Adwords Coupon

ใบคะแนน TOEFL ยังไม่มา แต่จู่ๆมีจดหมายจาก Google มา เห็นซองครั้งแรกก็ งง เล็กน้อย เพราะไม่เคยคบค้าสมาคมกับ Google ผ่านจดหมายจริงๆมาก่อน

แกะๆ และอ่านดู จดมายจาก หัวหน้าฝ่ายการตลาดธุรกิจ Google Thailand (พึ่งรู้ว่า Google Thailand เติบโตเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาบ้างแล้ว) อ่านดูก็พบว่า มันคือคูปองเชิญชวนให้ไปลองใช้ Google Adwords โดยแถมเครดิตให้ 1,500 บาท!!

http://picasaweb.google.com/lh/photo/6iHxGDYJy-IjztNzn1ouYA

แต่บังเอิญว่า ส่วนตัวเข้าไปคลุกกับบริการ Adsense หรือ Adwords ของ Google น้อยมาก เคยหัดติด Adsense ใน blog playground ของตัวเอง เมื่อกี้เข้าไปดู มียอดทั้งหมด $0.40 ฮ่าฮ่า ส่วนเว็บนี้คนเข้าไม่เยอะอยู่แล้ว ก็ไม่อยากติดให้รกตา ส่วน Adwords ก็ไม่เคยเล่นและไม่เคยกดด้วย(พูดจริงๆนะ) เวลา search ใน google เหมือนตา จะมองข้ามไอกล่องโฆษณาโดยอัตโนมัติ

เพราะฉะนั้น ตอนแรกจะเอาคูปองมาขายลดราคาให้คนอื่นเอาไปใช้ แล้วเอาเงินที่ได้ไปบริจาคให้มูลนิธิช้างไทย ไรงี้แทน แต่ระหว่างที่พิมพ์อยู่ ดันไปอ่านเจอข้อตกลงในจดหมายอีกที เค้าห้ามไม่ให้ขายหรือแลกเปลี่ยน(ถ้าตรวจพบจะยกเลิก) งั้นคงต้องเปลี่ยนแผนเป็น เดี่ยวว่างๆ เอาไปเล่นเองเลยแล้วกัน :D ฮ่าฮ่า แล้ว ทำโฆษณา ให้ลิงค์ไปหาเว็บมูลนิธิเป็นการบริจาคทางอ้อมแทน :P