Posts Tagged health

สภาพแวดล้อมในการใช้คอมพ์

ผมว่า คนที่ใช้งานคอมพ์ทุกคนรู้สึก เหมือนกันและเจอเหมือนกันนะครับ
โดยเฉพาะอาชีพสายคอมพิวเตอร์อย่างเราๆ ที่ต้องอยู่หน้าจอเป็นเวลานานๆ

สภาพแวดล้อมในการทำงานนี่ มีผลกับสุขภาพ เอามากๆ มันต้องใส่ใจนะครับ
ปล่อยไป อาจจะเกิดเหตุร้ายได้

ผมเองก็พยายามใส่ใจอยุ่ กำลังคิดเก็บตังค์ จะลงทุนกับเรื่องพวกนี้บ้างแล้ว
ซื้อเก้าอี้ ใหม่ ซึ้อคีย์บอร์ดใหม่อะไรอย่างนี้ เอาแบบดีๆ
ตอนนี้ก็แอบปวดหลังบ่อยๆ

สิ่งแรงที่อยากพูดถึงคือ ที่เค้าใช้คำว่า ergonomics (สรีรศาสตร์)
หลังจากค้นๆอยู่ซักพัก (ค้นมาหลายทีแล้ว)
ก็ไปเจอนี่เข้าให้ ลองอ่านแล้วทำตามดูแล้วกันครับ
ผมว่าอ่านเข้าใจง่ายที่สุด ที่ผมเจอแล้ว หลายๆที่ก็พูดเรื่องเดียวกัน
Computer Workstation Ergonomics

ผมเองก็พยายามอยู่ล่ะ ค้นๆต่อไป ก็ไปเจออีก เป็น  workstation ในฝันเลยย 5555
เอารูปมาให้ดู

อยากได้จังเลยยยยยย ไว้รวยๆก่อนเหอะ

ควรจะใส่ใจนะครับ ขอย้ำ เลิกประหยัดเรื่องพวกนี้ได้แล้ว
เก้าอี้แข็ง โต๊ะไหนก็ได้ เลิกๆๆๆ

อีกเรื่องอยากพูด อันนี้ โดยเฉพาะสำหรับโปรแกรมเมอร์เลยครับ
ผมกำลังเริ่มใส่ใจ เรื่อง font สีตัวอักษร แล้วก็ background
ครับ เวลาโค้ดดิ้งนานๆ นี่เคยเป็นมั้ย คือ ตามันจะเบลอๆ ปวดตา
แต่ก่อนผมมักจะไม่สนใจครับ ปล่อยผ่าน เป็นมากๆก็ไปนอนพัก
ปกติก็ใช้แต่พื้นหลังขาวๆ ตัวหนังสือดำ ฟอนต์ตามมาตรฐาน
อาจจะปรับบ้างนิดหน่อย

แต่ตอนนี้ ผมจะสนใจมันมากขึ้นแล้ว ก็ค้นๆไปเจอเว็บคนเดิมอีก
ลองเข้าไปอ่านดูครับ เค้าเปรียบเทียบเรื่อง font จนตอนนี้
ผมทยอยเปลี่ยน ใน editor ตามแล้ว

Is your IDE Hot or Not?
Programming Fonts
Revisiting Programming Fonts
Fonts for Programmer
Programming Font
Monospace/Fixed width Programmer’s font

อีกอย่างที่ผมพยายามอยู่ คือ พยายามเลิกใช้่เมาส์
อันนี้ไม่ค่อยเกี่ยวกับสุขภาพเท่าไหร่ แต่ผมแค่อยากเพิ่ม productivity
เฉยๆ พยายามใช้ keyboard shortcut เท่าที่ทำได้ (อิทธิพลจาก emacs แหะๆ)
ก็เลยลองเปลี่ยน shortcut บ้าง สลับปุ่มนิดหน่อย
เช่น เปลี่ยนมาใช้ capslock เปลี่ยนภาษา
พบว่า เฮ้ย มันกดง่ายขึ้นเยอะ ทำไมเราทำแบบนี้ตั้งนานแล้วนะ
ใครที่ที่เคยโค้ดแบบนานๆ อาจจะเคยเจอ อาการนิ้วแปลกๆ
คือมันจะขยับแปลกๆ หรือเกร็งๆในบางจังหวะ

ผมคิดว่ามันอาจจะช่วยได้ก็ได้ ที่เปลี่ยนปุ่ม เปลี่ยน shortcut เหล่านี้

ยังไงน่าจะลองหยุด พักมานั่งดูนะครับ ว่าทุกวันนี้ เราใช้คีย์บอร์ด
ได้เหมาะสมรึยัง….

ทิ้งท้ายด้วย เว็บที่ทำให้อยากเปลี่ยน
How To Avoid The Emacs Pinky Problem
Computer Keyboards Gallery

Tags: , , ,

สายตาและสุขภาพ

ระยะหลังมานี้ ผมเริ่มใส่ใจ สุขภาพตัวเองมากขึ้น จากที่ช่วงเด็กๆ
ค่อยข้างละเลยมากๆ เพราะขี้เกียจ แต่พอโตขึ้น เริ่มคิดได้
และรู้สึกตัวเองอ่อนแอลงมากๆ

ตอนนี้ ผมหัดมากินผักอย่างจริงจัง เดี๋ยวนี้ ผมเข้า Fuji แต่กลับสั่ง ผัดผักรวม
ไม่รู้เพราะกินเนื้อมาตลอดชีวิตรึเปล่า เดี๋ยวนี้ เลี่ยนเนื้อเอามากๆ
 
หมอฟัน ก็พึ่งไปหามาไม่นานมานี้ หลังจากเว้นไปนาน เพราะไม่ชอบหมอฟัน
ไม่ใช่กลัวเจ็บ แต่ไม่ชอบนิสัยของหมอฟันที่ชอบว่าผม ว่าแปรงฟันไม่สะอาด
ปรากฏว่า ผุไป 6 ซี่ แถมเจอฟันคุดด้วย ไอผุนี่ อุดไปแล้ว 1 อีก 1 ต้องรักษารากฟัน
ปวดมาก!

อีกเรื่องนึง ที่ผมใส่ใจ ตอนนี้คือ สายตา หลังจากดูรายการ
Medical check-up horror ของญี่ปุ่น แล้ว เค้าพูดเรื่อง จอประสาทตาเสื่อม
เคยสังเกตกันมั้ย เห็นอะไรลอยๆ อยู่ในตา บางคนเห็นเป็นจุดดำๆ หรือเส้นดำๆ
เหมือนหนอนหรือปรสิตทำนองนั้น หรือ เป็นจุดใสๆ ลอยไป ลอยมา ตามตาเรา

ในรายการเค้าบอกว่า มันเรื่องของวุ้นประสาทตา และจอประสาทตา
ถ้าเห็นมากๆ หรือเยอะ แล้วเห็นแบบไม่หายไป เห็นอยู่ตลอดเวลา
อันตรายครับ!  อาจนำไปสู่อาการตาบอดได้ ตาบอดแบบกระทันหันด้วย

สาเหตุ เกิดได้จาก ขยี้ตาแรงๆ บ่อยๆ หรือ สายตาสั้นมาก และอายุมากๆ

นอกจากนี้ จอประสาท ยังเสื่อมได้อีก ผมเข้าใจ ว่า เหมือน dead pixel
บนจอ LCD นะ

สำหรับคนที่ใช้คอมพิวเตอร์เยอะๆ (ผมเองก็ด้วย) ก็ระวังๆหน่อยแล้วกันนะครับ
เพราะเราเหมือนกำลัง นั่งทำงาน แล้วจ้องหลอดไฟไปด้วย นานๆเข้า
เดี๋ยว จุดรับภาพ มันจะเสีย จนเกิด dead pixel เอา

หลังจากนั้น ผมก็ลองหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ และวิธีการดูแลรักษาดวงตา

เค้าก็มีบอกเป็นข้อๆ เยอะแยะเลย
เช่น – ปรับแสงสว่างในการใช้คอม ให้พอเหมาะ  (พอเหมาะ แค่ไหนล่ะว้าาา)
- อย่าปล่อยให้ตาแห้ง
เป็นต้น

ผมเลย จัดการปรับ หน้าแสงสว่าง หน้าจอ ให้เพิ่มขึ้นหน่อย เพราะที่แล้วๆมา
ผมปรับให้มันต่ำสุด เพระาคิดว่าจะช่วยได้ แต่มันก็ทำให้แสงสว่างน้อยลงไป
เสียสายตาอยู่ดี ปรับอยู่กลางๆแล้วกัน
แล้วก็ไปเปลี่ยนหลอดไฟ ในห้องนอนให้สว่างขึ้นด้วย อันเก่า โคตรสลัว

ยิ่งจอโน๊ตบุ๊ก Acer ที่ผมใช้อยู่ มันเป็นประเภทใสๆ CrystalBrite อะไรนี่ด้วย
มันมีข้อดีคือ สีสดขึ้น สว่างขึ้น  แต่รู้สึกจะทำให้สายตาเสียมากขึ้นด้วย
เพราะมันมีเงาสะท้อน -_-”

ยังไงก็ รู้ตัวว่าใช้คอมพิวเตอร์เยอะๆ ดูแลสุขภาพ กันด้วยนะครับผม

ปล. ที่พูดนี่ไม่ใช่ความเห็นของแพทย์นะ

Tags: ,

ตาแห้ง

วันนี้มาอัพไดอย่างรีบๆ เพราะจะรีบไปอ่านหนังสือ(แล้วจะมาอัพทำไมวะ)

หยุดยาว เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ อังคาร ที่ผ่านมา ไม่ได้ทำอะไรที่ควรจะทำเลย
เอาแต่นอน อู้ ดูทีวี เล่นเน็ต เล่นดอทเอ(ชักติด) ไม่ได้อ่านหนังสือเลยยยย
แย่ว่ะ ควิซ 3 ตัวอาทิตย์หน้าจะรอดมั้ยเนี่ย

แต่ที่พูดมา ยังไม่ใช่ประเด็นของวันนี้
ประเด็นวันนี้มันเริ่มที่ คืนวันอังคาร เราต้องทำงานชิ้นนึงของชมรม(ฟันดาบ)
คือ เอารูปพี่ที่จบปีนี้มาดู แล้วเลือก เพื่อไปเข้ากรอบทำของที่ระลึก อืมมม
มันต้องเอารุปมา ทำกรอบ คล้ายๆรูปโพราลอยด์ จะได้เขียนอะไรลงไปได้ด้วย

ก็คัดๆ แล้วก็อู้ไปเล่นดอทเอ…. ซะที่ไหนกันล่ะว้อยยย ก็คัดมาได้ 38 รูป หึหึ
สำหรับพี่ 9 คน ตอนนั้น ตึ 1 แล้ว หึหึ กว่าจะเข้ากรอบรูปเสร็จทั้งหมดก็ตี 3
ให้ตายเถอะ วันรุ่งขึ้น ก็ไปเรียนไม่ทันจนได้

A: เฮ้ย! มันจะเข้าประเด็นได้ยังวะ
B: นั่นเดะวะ

วันนั้นก็เรียนไปตามปกติ แต่ที่ผิดปกติคือ กุง่วง และ ปวดตา รู้สึกตาแห้งโคดๆ
แล้วก็ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตามากๆ แบบมองซ้ายขวา ลูกตามันจะเมื่อยอะ

เกิดไรขึ้นกับตากุ สังหรณ์ว่าจะเป็นแบบไอแก๊น เพราะสี่วันที่หยุดไปก็ เล่นคอมพ์
เยอะผิดปกติเหมือนกัน ตามันแห้งแบบ หลับตาแล้วตอนจะเปิดตา ตาข้างนึง
หนังตามันเปิดไม่ขึ้นอะ มันหนึบๆ ออกแรงหน่อยก็ดึ๋งขึ้นมา เหอๆ
ยิ่งใส่เลนส์ด้วย ยิ่งแล้วใหญ่

เย็นวันนั้น อยู่ตอนเย็นทำซุ้มให้พี่ชมรม ด้วยเหนื่อยโคดๆ ได้ไปแพทย์ด้วยไป
ขนของ เจอโหน่ง เค ใหม่ ไม่ได้เจอตั้งนาน แล้วก็ทำซุ้ม เจอแพทด้วย
แพทเหมียว ก็คุยกันนิดหน่อย ไม่ได้เจอนาน คืนนั้นกว่าจะกลับถึงบ้านก็ สี่ทุ่ม!!!

กลับถึงบ้านนอนทันที กะว่าพรุ่งนี้ ตาต้องกลับเป็นปกติ

แต่ไม่ว่ะ!!! วันนี้ ไปคณะ ไปทำของที่ระลึกให้พี่ชมรม ปรากฏว่าตาแห้งอีกแล้วว
กำลังสงสัยว่าเป็นเพราะเลนส์รึเปล่า เพราะมันก็หลายปีแล้ววว

ตอนนี้กำลังคิดอยู่ว่า จะทำเลนส์ใหม่หรือ กลับไปใส่แว่น!!!!!
นี่แหละคือประเด็น!! หุหุ

ปล.ขยันได้แล้ววววววววว
ปล2. พรุ่งนี้ต้องออกนอกบ้านอีกแล้ว มะรืนด้วยยย จะได้อ่านวันไหนวะเนี่ย

Tags: ,

อ่อนแอและเร่งรีบ

ตอนนี้เลยเที่ยงคืนมาแล้วนิดนึง
จริงๆกะจะนอนตอนเที่ยงคืนนี่แหละ
เพราะฉะนั้นจะอัพอย่างเร่งรีบ

ก่อนอื่น ไปเจอสิ่งนี้ที่ Planet Ubuntu


อยากได้โคดดดดดดดดดดดดดดดดดด
โน๊ตบุ๊กเราไม่มีสติกเกอร์วินส์โดว์อยู่ก่อนด้วย
รู้สึกเค้าจะขาย 4,90 EUR ไปดูมาแล้วประมาณ
229 บาท แน่ะ แต่อยากได้อะ

วันก่อนไปหาหมอมาแล้ว เป็นหมอทางเดินอาหาร
ที่ศิริราช แก่พอควร เค้าก็ตรวจๆแล้วคิดว่า
เรากินอาหารไม่ดี ก็เลยท้องอืด ท้องเฟ้อ
อาหารไม่ย่อย แค่นั้นเอง ให้ยาลดกรด
ยาขับลม แล้วก็ยาแก้ท้องอืดมา อืมมมมมม

แต่ตอนนี้รู้สึกจะมีปัญหาใหม่คือ เมื่อวาน
นั่งเล่นคอมพ์อยู่ดีๆ นั่งเฉยๆ อยู่ๆ ก็อึดอัด
มีลมอยู่ในท้องจำนวนมาก ไปนอนก็ไม่หาย
เข้าส้วมก็ขี้นิดนึงแล้วก็ ตดอย่างเดียว อึดอัดโคด

เราชักสงสัยว่ามันเกิดจากอาหารจริงเหรอ หรือ
เกิดจากการหายใจที่ผิดปกติของเรา เราเป็น
คนหายใจไม่สัมพันธ์กัน บางครั้งหายใจเป็นจัง
หวะแปลกๆ ตอนเด็กก็หายใจทางปาก แต่ตอนนั้น
หมอบอก โตขึ้นหายเอง ตอนนี้ก็ยังมีบ้าง แล้ว
ยังมีเรื่องจมูกคดอีก อืมมม แล้วคนส่วนใหญ่
อะ หายใจเข้าท้องจะแฟ่บใช่ปะ แต่เราไม่ใช่
หายใจเข้าท้องป่อง ติดมาตั้งแต่เด็กแล้ว
เกิดจากมีอาจารย์ประถมคนนึงเข้ามาในห้อง
สอนดนตรี เค้าบอกคนส่วนใหญ่หายใจผิดวิธี
แล้วก้บอกว่า “ลองนึกดูสิ เราหายใจเข้าเอา
อากาศเข้าไป ท้องจะแฟ่บได้ยังไง ท้องต้องป่อง
เพราะมีอากาศเข้าไป” ด้วยความไร้เดียงสา
ของเรา เออ จริงว่ะ หลังจากนั้นเราก็พยายาม
หายใจท้องป่องมาตลอด จนติดไปแล้ว เหอๆ
ไม่รู้นี่เป็นอีกสาเหตุรึเปล่า โตขึ้นมาก็คิดได้ว่า
เราหายใจเข้าปอด ท้องไม่จำเป็นต้องป่องหนิ

สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เรานั่งอยู๋เฉยๆ ก็จะหายใจ
ผิดๆโดยไม่รู้ตัว แล้วก็กลายเป็นปั้มลมเข้า
ท้องไปซะงั้น 

แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการวินิจฉัยของนิสิต
วิศวฯคนนึง

ตอนนี้นอนดึกไม่ได้เลย เพราะนอนดึกตื่น
เช้าเมื่อไหร่ วันนั้นจะแย่มาก มีอาการ
เพลียๆ(แต่ก่อนไม่ค่อยเป็น) แล้วก็พวก
ท้องก็จะกำเริบ เอ้อออออ

จะไปหาหมอเรื่องจมูกเร็วๆนี้

วันที่ 22 มีงาน Blognone tech day
ที่เกษตร กำลังคิดอยู่ว่าจะไปดีมั้ย หัวข้อ
ที่เค้าจะพูดให้ฟังน่าฟังมากกกกก python
emacs ruby on rail อีกหลายเรื่อง

เราตัดสินใจถูกรึเปล่าที่เลือกจุฬาแทนที่จะไป
เกษตร?

ปล. ไปนอนแล้วววววววว

Tags: ,

เป็นอะไรไปน้า ทีระพาบ!!

จริงๆข้อความด้านล่างจะอัพตั้งแต่เมื่อวาน แต่บังเอิญโง่ไปโดนอะไรซักอย่าง
ที่พิมพ์เกือบ A4 1 แผ่นหายวับไปกับตา แทบร้องไห้ หมดอารมณ์อัพเลยไปนอน
ข้างล่างนี่ “เมื่อวาน” คือเมื่อวานซืน โอเคแมะ -1 วัน เข้าไปด้วยทุกบรรทัด

เทส: พรุ่งนี้พิมพ์ได้ไม่ยาวเหมือนวันนี้แหงๆ

วันนี้เกิดเหตุการณ์ขึ้นตอนเช้า ตื่นมาตอนประมาณ 10 โมง (สายอีกแล้วววววว แย่ว่ะ)
เกิดอาการปวดท้องอย่างแรง รีบวิ่งเข้าหห้องน้ำทันที นั่งขี้ได้แป๊ปนึง
ยังปวดรุนแรงมากๆอยู่ เริ่มรู้สึกอยากอ๊วก ไม่ใข่ท้องเสียแน่ๆ รีบล้างก้น
ลงไปข้างล่าง ยังปวดท้องมากๆอยู่ รีบตะโกนบอกให้พี่แม่บ้านทำอะไรก็ได้ให้กิน
กุปวดท้องจนต้องหลับตา แล้วจู่พอจะเดิน หัวกุก็ไปชนกะเสาในบ้าน แบบเต็มๆ
พี่แม่บ้านรีบวิ่งมาดูกู คิดว่ากุจะล้ม(ภายหลังพี่เค้าบอกว่า กุหน้าซีด แล้วก็ตัวเย็น
เหงื่อออกมาก) กุบอกกุไม่เป็นไร รีบไปทำอะไรก็ได้มาให้กินก่อน แล้วพี่เค้า
ก็พากุไปนอนที่โซฟา ซักพัก อาการยังไม่ดีขึ้น อยากจะอ๊วก ทรมานโคดดด
กุตะโกนบอกให้พี่เค้าไปเอายากระต่ายบิน(ยาเคลือบกระเพาะ) มาให้หน่อย
เค้าก็รีบเอามาให้ กินไป 1 ช้อนโต๊ะ คอเริ่มเย็น อาการอยากจะอ๊วกเริ่มหายไป
รู้สึกดีขึ้นนิดหน่อย แต่ยังปวดท้องอยู่แต่ไม่รุนแรงมาก กระต่ายบินช่วยกุมาหลายครั้งแล้ว
ครั้งนี้เป็นอีกครั้งนึง? แล้วนอนอยู่ซักพัก พี่เค้าก็เอาข้าวต้มมาให้ กินไปได้ครึ่งชาม
เริ่มอยากจะอ๊วกอีกแล้ว เลยพอแค่นั้น ลงไปนอนต่อ เริ่มคิดวันนี้กุต้องไปส่ง ดรออิ้ง
ส่ง FE ทำ แลบฟิ โดดไม่ได้เลย อ่าา นอนอยู่ซักพัก 11 โมงแล้ว? ถ้าไม่ออกจากบ้าน
ตอนนี้ ถึงขึ้น แท๊กซี่ก็ส่งดรออิ้งไม่ทันเที่ยง? เลยกัดฟัน ทนปวดท้องที่เบาลงแล้ว
ไปแต่งตัวออกจากบ้าน

กุส่งดรออิ้งเสร็จ อะไรเรียบร้อยไปนั่งโต๊ะกรุ๊ป คุยเรื่องสำนักรับน้อง ยังปวดท้องอยู่นิดหน่อย
พอเที่ยงกว่า ไปกินข้าวที่โรงอาหาร คนเยอะโคดด อาหารแทบไม่เหลือแล้ว
พยายามหาที่ย่อยง่ายๆ ซื้อมา กินไปได้ 2-3 คำ จะอ๊วกอีกแล้ว ปวดท้องแรงขึ้นอีก
รีบลุกจากโต๊ะ เดินไปห้องน้ำ เหงื่อแตก ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมห้องน้ำที่ใกล้ที่สุด
ต้องอยู่ไกลถึงตึก 3 เข้าห้องน้ำเสร็จยังปวดท้องอยู่ แต่ไม่ปวดขี้แล้ว เดินไปที่โต๊ะ
กรุ๊ป หยิบกระต่ายบิน(โชคดี เอามาด้วย) เดินไปที่โรงอาหาร กินกระต่ายบินไป 2
ช้อน อาการดีขึ้นทันตา แต่ข้าวกินไม่ลงแล้วว จะบ่ายโมงแล้วด้วย เลยไปเรียน
แลบเลย แวะเซเว่นซื้อหนมปังติดขึ้นไปด้วยเผื่อหิว

วันนี้ถ้าสังเกตกุจะไม่ใส่ไท้ เพราะมันไม่ไหวจริงๆ ตะขอกางเกงยังปลดเลย

อืมมม สาเหตุที่ปวดท้องเดาได้ว่า เกิดจากเมื่อคืนกุทำ FE ถึงตี 2 จริงๆจะทำตั้งแต่
3 ทุ่ม แต่โดน ADSL ดูดความสนใจไป กว่าจะได้ทำก็เที่ยงคืนกว่า แล้ว
คืนนั้นยังไม่ได้กินมื้อดึก ที่กินเป็นประจำด้วย ตื่นมาเลย หิวจัดขนาดนั้น
จนปวดท้อง เอ้อออ

เมื่อคืนระหว่างที่กุทำ FE กุรู้สึกผิดยังไงไม่รู้ รู้สึกผิดกะป๊าม๊า มากๆ
ที่ตัวเองช่วงหลังนี่ไม่ตั้งเรียน ไม่เข้าเรียน ละทิ้งหน้าที่ เหลวไหล
ขี้เกียจ
กุคิดถูกแล้วเหรอที่ ความอยากรู้กะความสนใจกุสำคัญกว่าเกรด?
กุเริ่มคิดว่า ถึงกุจะมีความรู้คอมพ์มากขึ้น แต่ดูแลเกรดตัวเองไม่ได้
จะเรียนว่าเก่งได้เหรอ ควรชื่นชมงั้นเหรอ
ทั้งๆที่กุมีความคิดว่า คนเก่งคือ คนที่ทั้งเรียนและทำอย่างอื่นๆไปได้พร้อมๆกัน
แบ่งเวลาได้ กุเคยทำได้ แต่ตอนนี้กุทำอะไรอยู่?

ยิ่งเจอเหตุการณ์วันนี้ยิ่งทำให้กุจะต้องซ่อมตัวเองให้ได้
กุเคยทำได้ และกุต้องทำให้ได้อีกครั้ง
ต่อไป กุจะนอนไม่เกินเที่ยงคืน ถ้าพรุ่งนี้กุมีเรียน
กุจะนอนไม่เกิน ตึ 2 ถ้าพรุ่งนี้เป็นวันหยุด อืมมมม

————- พักครึ่ง ————

ตอนนี้จะเที่ยงคืนแล้ว เดี๋ยวจะเกินลิมิท จริงๆยังมีต่ออีก เป็นเรื่องของ
สิ่งที่กูถูกดูดความสนใจไปในคืนนั้น? ไว้จะมาอัพอีกที
ไปนอนและ

ปล. รู้สึก เพื่อนบ้านจะหันมาใช้ rss กานใหญ่ หุหุ
ปล2. โทดทีที่ วันนี้เว็บดาวน์ไปแป๊ปนึง ท่าทาง boxchart จะโดนโจมตีว่ะ
ปล3. ที่พิมพ์ข้างบน มี “กุ” เต็มไปหมด โทดที ไม่มีเวลากรอง จะเที่ยงคืนแล้วววว
ปล4. ADSL ดาวน์อีก? แง่มส์ จะเที่ยงคืนแล้วววว

Tags: , ,

1 อาทิตย์ที่ผ่านมา..

อ่า สาเหตุไม่ได้อัพไดมาอาทิตย์นึง เพราะว่า ยุ่งโคดๆ มีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย คืนนี้เลย อู้งานอาร์ท
เวิร์คมานั่งอัพได แหะๆ มาเริ่มกันเลยดีกว่า อาจจะยาวซะหน่อย

PART I NSC จะเสร็จมั้ย
วันนั้นวันที่ 5 เป็นวันพุธ เราก็ไปร.ร. ธรรมดา คืนก่อนหน้านั้น นอนตึ 3 เพราะนั่งปั่น NSC แต่ก็ยังไม่เสร็จเพราะเจอปัญหาแก้ไม่ตก โปรแกรมที่เราขียนชื่อ NoteIt เสร็จไปซัก 75% มั้ง ณ ตอนนั้น เพราะเจอปัญหามันเลยเดินหน้าต่อไม่ได้ กำหนดส่งวันที่ 6 ก็ใกล้เข้ามาแล้ว หุหุ ยิ่งตื่นเต้น เราว่าเสน่ห์อย่างนึงของการเขียนโปรแกรมอยู่ตรงนี้แหละ การเขียนครั้งแรก โอกาสแทบเป็น 0 เลย ที่ทุกอย่างจะถูกต้อง แม้แต่โปรแกรมง่ายๆ ก็เถอะ อย่างน้อยต้องมีอะไรพลาด แล้วเราก้ต้องมานั่งหากันหุหุ หลายๆครั้งที่นั่งหาข้อผิดพลาดในโค้ดกว่าพันบรรทัด ผ่านไป2-3 ชม. ก็ยังแก้ไมได้ นอนตื่นนึง ก็มาเจอว่า พิมพ์ + เป็น – แต่บางครั้งข้อผิดพลาดไม่ใช่แค่นี้ แต่ถึงขนาดเราไปผิดทาง หรือใช้ผิดวิธีแล้วเราก็ต้องมานั่งหาวิธีแก้ให้เร็วที่สุด นี่เป็นเสน่ห์อย่างนึงของการเขียนโปรแกรม และเมื่อเราใช้ความพยายาม+อดทนแก้มันได้ ก็ภูมิใจโคดๆอิอิ โม้ซะมาก กลับมา วันที่ 5 ใหม่ แหกขี้ตาตื่นไปร.ร. แล้วก็ไปนั่งสลึมสลือ ในห้องตลอดทั้งวัน ตาจะปิดตลอดเวลา วันนั้นไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ พอเลิกเรียนก็จะรีบกลับบ้าน แต่เผอิญนัดไอโจเพื่อน ร.ร. เก่าว่าจะเอาชุดรด. ไปให้มัน โทรเช็กเวลาแล้ว จะเอาไปให้มันได้ 5โมงกว่าๆ แต่เลิกเรียน 3 โมง ……เร็วไป ทั้งๆที่จะรีบกลับไปทำต่อ แต่ก้ช่วยไม่ได้ เลยไปดุ 228 Vs 229 แข่งบาส หุหุ คนมาเชียร์ก็มีบ้างหลอมแหลม พอ 4โมง ก็ออกจากร.ร. จะนั่งไปหัวลำโพงต่อรถเพื่อความเร็ว แต่ดวงพาซวย ขึ้นรถผิดประมาณว่าเห้นเขียนหัวลำโพงขึ้นเลย ที่ไหนได้มันไม่เลี้ยวเข้าไป แค่ขับผ่าน แต่ยังโชคดีที่มันพอจะไปต่อรถอีกต่อกลับบ้านได้ ก็นอนไปตลอดทาง พอใกล้ๆ ก็วางแผนว่าจะลงตรงไหนดี ที่ต่อรถง่ายสุด กะจะลงป้ายหน้า แต่ปรากดว่า มันเลี้ยวขวาซะก่อน งงเลยครับ ไปไหนล่ะทีนี้ นึกทิศอยู่นาน เสี่ยงเป็นเสี่ยง คำนวนทิศแล้วน่าจะไปออกถนนจรัล ซึ่งก็พอต่อรถได้ ไม่เสียเวลามาก ก็เลยยอมนั่งต่อไป รถติดโคดๆๆ กว่าจะถึงถนนจรัลเล่นเอาลุ้นจนเหนื่อย เสียเวลาไปเยอะมาก พอลงบนถนนก็หาป้ายต่อรถอีกให้ตายเถอะทำไมต้องเป็นวันนี้ พอได้ขึ้นรถ นอนต่อ(ตุนไว้คืนนี้) พอถึงบ้านเพื่อนก็เรียกมันออกมา คุยกันนิดหน่อยรีบกระโดดขึ้นรถเมล์กลับบ้าน ถึงบ้านเกือบ ทุ่ม …….จากการเลิกเรียน 3 โมง อ่า รีบกินข้าวอาบน้ำ ม๊าก็เรียกไปคุยเรื่อง ที่จะไปศิริราชวันรุ่งขึ้น คุยซัก15 นาที ก็ให้แม่ช่วยอ่านสมุดรายละเอียดเกี่ยวกับ NSC ว่าทำรายงานสมบูรณ์ยังไง แล้วก็ส่งไปรษณีย์ไปที่ไหน แล้วเราก้รีบไปนั่ง NoteIT ต่อทำไปซักพัก ม๊าก้มาบอกว่า มันเขียนว่าต้องไปนำเสนอด้วยตัวเอง
จะไปส่งยังไง กุต้องไปรพ. นะ ก็เลยตัดสินใจ ส่งไปรษณีย์ไปแหละ ไม่สนแล้ว นั่งทำNoteIt ต่อ พอช่างมันกับปัญหานั้นแล้วทุกอย่างก็เดินหน้าต่อ จนไปพบกับปัญหาสุดท้ายเพลงไม่ขึ้น อ่าตอนนั้นประมาณ ตึ1 กว่าแล้ว นั่งแก้อยู่นาน ด้วยความที่จริงๆแล้วการทำ NoteIt นี่เกิดจากการเขียนโครงการโดยคิดว่าน่าจะทำได้ แต่ยังไม่เคยลอง +ไม่มีความรู้ กะศึกษาไปทำไป เลยเจอปัญหาเยอะขนาดนี้ อยู่ๆ ป๊าก้เข้ามา ถามว่ายังไม่เสร็จเหรอ แล้วป๊าก็ขอดูมั่งว่าเขียนโปรแกรมเค้าทำกันยังไง หุหุ แป๊ปนึงป๊าก็เดินออกไป นั่งทำต่อ ในที่สุด!! ในที่สุด!!! มันก็เสร็จ ณ เวลา ตี 3 กว่าเกือบตี 4 ตอนแรกวางแผนว่า เสร้จเที่ยงคืน ทำรายงาน ถึง ตี 2 ช่วยไม่ได้ เลย กะตื่น6 โมงมาทำรายงาน เราต้องออกจากบ้าน 10 โมงไป รพ. เค้านัด 11 โมง เอาเข้าจริงๆแล้วตื่น 7 โมงครึ่ง …..รายงาน จะทำทันได้ไงฟะ สัน กระดาษปก อะไรก็ยังไม่ได้ซื้อ(พึ่งคิดได้ตอนนั้น) โอเค จบ ตอนนั้นคิดแบบนี้จริงๆนะ โอเค จบ ปล่อยมัน ตัวโปรแกรมเสร็จ จบ รายงานช่างมัน ม๊าเราบอกว่า ทำมาถึงขนาดนี้แล้วสู้ต่ออีกหน่อยจะได้คุ้มค่ากับสิ่งที่ทำไป แต่ตอนนั้นเรากลับรุ้สึกในใจอย่างประหลาด ว่า เราได้สิ่งที่คุ้มค่ามาแล้ว คือ เราทำมันเสร้จทัน(ถึงรายงานจะไม่เสร้จก็เถอะ) ได้ความรู้ใหม่ๆเพียบเลย ม๊าเราก็เลยให้เราไปกินข้าว เตรียมไป รพ.

PART II ค้างคืน ณ ศิริรราช
พอ 10 โมงก็ออกจากบ้านไปกับป๊าและม๊า เราต้องมีนัดผ่านตัดวันที่ 7 คืออีกวันนึง แต่เค้าให้ไปนอน รพ. ก่อน เราเป็น sleep apnea ประมาณว่ากรณและจะหยุดหายใจขณะหลับ เราไปนอนเช็กที่รพ. เค้าบอกว่าเราหยุดหายใจไปสูงสุด 92 วินาที ลองคิดดูดิ คนเรากลั้นหายใจยังลำบากเลยนานขนาดนั้น หลังจากคุยกับหมอเค้าบอกว่า มันไม่ถึงขนาดหลับๆแล้วตายเลยเพราะร่างกายสะดุ้งตื่นในที่สุดถ้าหยุดนาน แต่ว่ามันจะทำให้สมองได้รับออกซิเจนไม่พอ แล้วจะ ‘โง่ลง’ แค่ประโยคนี้ทำเรารู้สึกว่าต้องรักษา ปล่อยไว้ไม่ได้ 555 แล้วก็จะทำให้ง่วงเวลากลางวัน คนส่วนใหญ่ที่เป็น เป็นค้นอ้วน แต่เราหุ่นแบบนี้ หมอก็งงว่าเป็นได้ไง พอไปหาหมอเรื่องทางเดินหายใจก็ได้ความว่า เราโคนลิ้นใหญ่ ลิ้นไก่ก็ห้อยลงมามากนิดหน่อย และอีกอย่างคือ สันจมูกเราคด ดังรูป

ไม่ รู้นะ เราเข้าใจว่าเกิดจากเราถูกบาสกระแทกสมัยม.ต้น หรือไม่ก็อาจจะตั้งแต่เกิด ก็ไม่รู้ แต่เราเคยก่อนมาพบหมอ เราลองวัดลมหายใจจมูกสองข้าง ปรากฏ ว่าออกข้างซ้ายข้างเดียว เหอๆ ตอนนั้นก็แปลกใจแต่ไม่คิดอะไร ก็เลยตกลงกับหมอว่าจะผ่านตัด ตรงจมูกให้ตรงเป็นการผ่านโดยใช้กล้องเอนโดสโคป ดมยาด้วย แล้วก็ ยิงคลื่นความถี่วิทยุที่เนือเยื่อในจมูก เพดานแถวๆลิ้นไก่ แล้วก็ โคนลิ้นเค้าบอกมันจะหดตัว ถ้าทำทุกอย่างเสร็จอาจจะทำให้ หายใจดีขึ้นแล้วไม่หยุดหายใจ พอถึง รพ. เราก็ไปพบแพทย์ประจำบ้าน(คือะไรก็ไม่รู้ แต่เค้าเรียกกันอย่างนั้น) แล้วก้คุยกับหมอปารยะ คนที่จะผ่าตัดเรา เป็น ผศ. เลยนะ หุหุ คุยเสร็จก้เข้าห้องพัก หุหุ อยากจะบอกว่าห้องที่ได้อยู่ที่ตึกใหม่ แทบจะร้างคนไข้ เงียบมาก ยังใหม่เอี่ยม เข้าไปในห้อง หรูโคดอ่า นึกว่า ห้องผุ้ป่วยของศิริราชจะเก่าๆ ทึมๆหน่อย แต่หยั่งกะโรงแรม(จริงๆนะ) มีทีวี ห้องน้ำก็หรูกว่าที่บ้านกุอีก เป้นฝักบัว แล้วมีเหมือนกระดานฝ้า เลื่อนปิดกั้นเป้นห้องกลมๆไว้อาบน้ำ ไม่รู้นึกออกกันมั้ย แต่ดูดีแล้วกานมีเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย แล้วก็ไม่ใช่ห้องทึบหมด ด้านในสุด หรือด้านซ้ายของเตียง ผนังเป็นกระจกเลื่อนอ่า แล้วก้มีม่าย คนไข้นอนไปมองวิวตึกข้างนอกได้ด้วยถึงจะไม่สวยแต่มันก็โอเค หุหุ พอสำรวจเสร็จ ก้ลงไปกินข้าว ชึ้นล่างสุดของตึก เป็น Food center พึ่งเปิดใหม่ ทำเหมือน food center ในห้อง ไม่นึกว่าศิริราชจะมีอะไรแบบนี้ 5555 กินข้าวเสร้จก้ขึ้นมาบนห้อง นอนครับท่าน ง่วงสะสมมาหลายวัน ตื่นมาก้กินข้าวเย็นแล้วก้นอนดูทีวีสบายใจทั้งๆที่วันรุ่งขึ้นจะผ่าตัดแล้ว ตอนเช้าเลย พอซักทุ่มนึง ก้มีนางพยาบาลมาตัดขนจมูกให้ แล้วก็ให้ล้างจมูก ด้วยการเอาเข็มฉีดยาพลาสติกอ่านึกออกใช้แมะ ก้มหน้าฉีกสวนเข้าไปในจมูก คัดจมูกเล็กน้อย แล้วก้ มานอนดุทีวีต่อ หลับจริงๆประมาณเที่ยงคืนอ่า ผ่านตัดแถวๆ 8 โมง อ่านางพยาบาลบอก ตลอดทั้งคืน มีนางพยาบาลเข้ามาปลุกวัดไข้กะจับชีพจรหลายครั้ง(กุยังปกตินะเว่ย) พอเช้าตื่นมา 6 โมงกว่า เตรียมไปผ่าตัด เออลืมบอกไป เสื้อคนไข้ใส่ยากมากถ้าไม่เคยใส่ สายผูกเต็มไปหมด ชวนงงอย่างยิ่ง ต่อๆ พอซัก 7 โมงนางพ.บ. ก็มาบอกว่าจะมีคนมารับแถวๆ 8 โมง เตรียมตัวไว้ เช้านั้นวันที่ 7 เป็นวันที่เค้าสมัครสส. ปาร์ตี้ลิสต์มั้งถ้าจำไม่ผิด นั่งดูแล้วก้มีคนมาเรียก ถึงเวลาผ่านตัดแล้ววววว

โทดทีพึ่งรู้ตัวว่า ไม่ค่อยได้เว้นย่อหน้าอาจจะอ่านกันตาลายซักนิดต่อไปจะพยายามเว้นนะ

คน ที่มาเรียก มาจากห้องผ่านตัดเอาเตียงมาด้วย เราก้ขึ้นไปนอนแล้วก็เข็นไปห้องผ่านตัดอีกตึกชื่อตึก สยามินทร์ ความรู้สึกเวลานอนมีคนเข็นสนุกดี เวลาลงลิฟท์จะเสี่ยวนิดๆ พอถึงหน้าห้องผ่าตัด ม๊าเราก้บอกว่า ม๊ารออยู่ข้างนอกนะ แล้วเค้าก็เข็นเข้าไปในห้อง กลิ่นอายของการผ่าตัดปะทะจมูกทันที เราไม่กลัวเท่าไหร่เพราะรู้สึกว่า เดี๋ยวคงดมยาสลบแล้วก้ไม่รู้สึกอะไรแล้วและก็เห้นว่ามันไม่ได้เป็นการผ่าตัด ใหญ่อะไรมาก หมอพูดประมาณนั้น เพราะจริงๆแล้วถ้าไม่ต้องผ่าตรงจมูก แค่ยิงคลื่นความถี่ แบบนั้นไม่ต้องดมยา กลับบ้านได้เลยด้วยซ้ำ เราก้เลยเฉยๆ พอเข็นเข้าไป แอร์เย็นมาก ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรต้องเย็นขนาดนี้ เดาว่า มันช่วยยับยั้งแบคทีเรีย เหมือนตู้เย็นที่แช่เก้บอาหารรึเปล่า หรือไม่ก็พวกคนที่ทำงานในห้องพวกนี้มักจะใส่หลายชั้น มีเสื้อกาวน์ มีหมวกมีผ้าปิดปาก มีถุงมือเลยไม่รู้สึกว่ามันหนาว พอเข้าไปเข้าก้เข็นเราไป ไว้มุมนึงของห้องใหญ่ๆ ชิดกะประตู เข็นเอาไปทิ้งไว้ เค้าบอกเดี๋ยวมีคนมารับต่อแล้วก็เดินหายไป เรานอนอยู่ซักพัก ก็มีเตียงอีกหลายเตียง เข็นมาไว้ข้างๆ มีทั้งคนแก่ เด็กผุ้หญิง ผุ้ใหญ่ หลายเตียงทีเดียว(เหลือบมอง+ฟังเสียง) แต่เราอยู่รีมสุด นี่กุคิวแรกเหรอเนี่ยหรือทำหลายห้องพร้อมกัน นอนอยู๋ซักพักมีคนมาถามข้อมูล ถามชื่อ ถามว่ารู้มั้ยว่าวันนี้มาทำอะไร เคยผ่าตัดมั้ย แพ้ยาอะไร มีคนมาถามแบบนี้ 2-3 รอบ ถามซ้ำๆกันนี่แหละ ช่วยไม่ได้ก้ต้องตอบไป ซักพัก ก้มีคนมาแต่เค้าเข็นคนริมฝั่งนู้นเข้าไป เฮ้ย นี่กุคิวสุดท้ายเหรอ กุมาถึงก่อนเลยนะ แป๊ปนึงก้ทยอยๆเข้าไป เรียงจากฝั่งนู้น อะไรฟร้า กว่าถึงกุ แต่ไม่นานก็มีคนเข็นเราเข้าไป เข้าไปอีกห้องนึงแอร์เย็นขึ้นอีก พอเข้าไปในห้องผ่านตัดจริงๆ แอร์จะเย็นโคดๆ มีแผงไฟ ไว้ส่อง 4 ดวง 2 แผงอยู่ด้านบน ห้องผ่าตัดชัวร์ นอนไม่มีคนสนใจอยู๋แป๊ปนึง ก็มีคนเดินไปเดินมา รอบตัว ไม่กล้าหันไปมอง เดาว่าเค้าเตรียมของกันอยู๋ ด้วยความรู้ชีวะอันน้อยนิด ก็ฟังรุ้เรื่องมั่งไม่รู้เรื่องมั่ง ได้ความว่า หมอยังไม่มา (ต้องใช้ความรุ้ชีวะด้วยเรอะ) caseแบบนี้ไม่ค่อยได้ทำ( หมายถึงการแก้สันจมูกคด septoplasty) พอคุยกันซักพัก เค้ามาคุยกะเรา เค้าก็ถามแบบเดิมรู้มั้ยวันนี้มาทำอะไร แล้วก็ให้เราเขยิบขึ้น เพราะขายื่นออกนอกเตียง เติยงสั้นโคด เขยิบมันก้ยังยื่นอยู่ดี แล้วเค้าก็ให้เปลี่ยนเสื้อตอนนั้นเราสั่นมากๆ เค้าก้บอกว่า สั่น เป้นไรๆ อยากจะตอบดังๆว่า กุหนาวเว่ย แต่ก็ตอบได้แค่ หนาวนิดหน่อยคับ 5555 เปลี่ยนเส็ดเค้าก็ให้บ้วนปากด้วยน้ำยาสีดำออกสนิมๆยังไงไม่รู้ รถขมโคดๆ บ้านเสร็จก้นอน เค้าเริ่มเอาผ้ามาห่มตัว แล้วแป๊ปนึงก็ฉีดยาชาขมลงไปในคอ ไม่ถึง 2 นาที แถวๆโคดลิ้นก้ชา ไม่รู้สึกอะไรแล้วว ชาเร็วอย่างเหลือเชื่อ ด้วยความรู้ชีวะที่ว่าการชาคือ เซลล์หายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจน ผลิตกรดแลกติกออกมา ก็งงว่าสารอะไรหนอไปเร่งได้เร็วขนาดนั้น แป๊ปนึงเค้าก็เอาท่อมา บอกว่าเป็นออกซิเจน ไม่ทันคิดว่ามันจะเป็นยาสลบ สูดไป 2 ฟืดอย่างรวดเร็ว ฟืดที่ 3 ก็ไม่รับรุ้อะไรอีกเลย……..

ได้ ยินเสียงอะไรซักอย่างนึง แล้วก้มีคนมาจับมือ ก็เลยลืมตา เห็นม๊ายืนอยู่ข้างๆบอกว่าเสร็จแล้วตอนนี้อยู๋ไอซียู ตอนนั้นความคิดแรกคือ จบแล้วว ต่อจากนั้น ก้พยายามยกขา มันยกไม่ขึ้นว่ะ มันแทบไม่รู้สึกอะไรเลย เหมืนอหนักไปหมด แม้แต่แขนก้ลำบาก ก็เลยนอนต่อ เพราะถ้าฝืนต่อไปคงอึดอัด พอนอนตื่นมาอีกตื่น ม๊าก็ไม่อยู่แล้ว ตอนนี้ลองยกขา ยกได้แล้วแต่ยังรู้สึกเหนื่อยอยู่ แล้วพึ่งรู้สึกว่า ตัวเองใส่หน้ากากหายใจอยู่ แล้วก็มี สายน้ำเกลือที่แขน ลืมบอกไปว่าเค้าเจาะสายน้ำเกลือตั้งแต่เช้าก่อนผ่าแล้ว ไม่นานก็รุ้สึกตัวอีกว่า ตอนนี้ไม่สามารถหายใจด้วยจมูกได้ ได้แต่หายใจทางปาก รู้สึกจมูกถูกปิดอย่างมิดมากๆไม่แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าเค้าอุดไว้ยังไง ตอนนั้น ไม่ได้ตกใจอะไรมากมาย เพราะหมอบอกแล้วว่าอาจจะต้องหายใจทางปาก แต่ซักพักเริ่มคอแห้ง กลืนน้ำลายก็เจ็บ เพราะมีแผลที่จี้คลื่นวิทยุในปากและมันจะรู้สึกหูอื้อเวลากลืน ลองดูก็ได้เอามือบีบจมูกให้ลมออกน้อยที่สุดหรือหาอะไรอุดแบบมิดจริงๆแล้ว กลืนน้ำลาย จะหูอื้อ เพราะเวลากลืนลมในปกมันจะออกทางจมูก แต่พอออกไม่ได้มันเลยไปแก้วหู เริ่มรุ้สึกทรมานตั้งแต่นั้นมา หายใจด้วยปากซํกพักคอจะแห้งโคดๆ น้ำลายก็ค่อยๆท่วมปาก เราเป้นคนน้ำลายเยอะด้วย หมอฟันเคยบอก กลืนน้ำลายก้เจ็บ แป๊ปเดียวท่วม แป๊ปเดียวท่วม ทรมานโคดๆ คอก็แห้งนะ แปลกมาก ตอนนั้น ม๊ามาที่เตียงแล้ว แต่เค้าให้เยี่ยมได้แค่คนละ 5 นาที ครั้งละ 2 คน เพราะมันเป้นห้องไอซียู ม๊าเราบอกว่า คืนนี้ต้องค้างที่นี้ก่อนนะ พุ่งนี้ค่อยย้ายไปห้องเดิม ตอนนั้นยังไม่คิดอะไร เราคงหลับได้ แป๊ปเดียวคงพุ่งนี้ เพราะตอนนั้นก็เหนื่อยๆ บอกปัญหาเรื่องคอแห้งกะน้ำลายแม่เราก็ไปขอถุงมาให้แล้วก็เอาทิชชู่มาวางไว้ บอกให้ซับเอา ถ้ากลืนไม่ได้ คอแห้งม๊าไม่รู้จะช่วยยังไง ประเดี๋ยวป๊าก้เขามาหลังจากที่ม๊าออกไป ป๊าพูดประมาณว่า หมอบอกทุกอย่างปกติดี แต่ที่ให้ไอซียูก่อนเพราะต้องการเซฟเพราะ นี่ผ่าตัดเกี่ยวกับจมูกและก้ปาก เกิดมีเลือดไหลหรือแอคซิเดนท์อะไร มันอาจจะทำให้หายใจไม่ได้ซึ่งมันอันตราย นอนดูอาการไปก่อน เราฟังแล้วก็ดูมีเหตุผล เลยไม่ได้คิดอะไร แล้วป๊าก้บอกว่าเดี๋ยวจะกลับไปบ้านไปรับ น้องมาเยี่ยมนะ เราก็โอเค แล้วป๊าก็เดินออกไป เราก็นอนขืนไม่หลับต้องทรมานกะเรื่องหายใจและคอกะน้ำลายแน่ ก็หลับไป ตื่นอีกทีก้เย็นแล้วโชคดีที่ม๊าเอานาฬิกาไว้ให้ไม่งั้นแย่แน่ ประมาณ 5 โมง ป๊าม๊าและก้น้องก็มา ยังคงทรมานอยู่ คุยกันซักพัก 2-3 รอบแล้วเค้าก้กลับกัน 5 โมง กว่าเอง พยายามจะนอน แต่ก็นอนไม่หลับตาสว่าง คอแห้งเจ็บคอ เจ็บหู ใส่หน้ากากหายใจอีก คืนนั้นเป็นคืนที่ทรมานที่สุดในชีวิต ทั้งคืนมองดูนาฬิกา ถี่มากๆ บางชม.แทบจะทุก 10 วิ ไม่ได้เว่อร์จริงๆนะ เตียงเป็น เตียงปรับขึ้นลงโดยกดปุ่ม นอนเมื่อยๆก็พยายามกดให้ขึ้นมานั่ง ซํกพักก็เมื่อย ก้ลงไปนอน มันนอนไม่หลับอ่า เพราะคอแห้งและน้ำลายนี่แหละ หันไปดูรอบข้าง เราอยู่ตรงมุมพอดี เตียงข้างๆเป็นอาม่า ถัดไปเป็นผุ้ใหญ่ ถัดไปเป็นอากง ทุกคนในห้องล้วนแต่เป็นผุ้ใหญ่ แถมนอนหลับได้สบาย แต่เราตาสว่าง นางพยาบาลมาถามว่านอนไม่หลับเหรอ เราก้ตอบไป ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย เค้าก็เดินไปทำอย่างอื่นต่อ อยากจะนอนกคิดอะไรเรื่อยเปื่อยคิดเรื่อง artwork จะเสร้จมั้ย คิดว่าพุ่งนี้จะทำอะไร สมัครเอนท์วันดี วางแผนนู่นนี่ แต่ก็คิดได้ไม่นานเพราะ เจ็บคอ มันมาขัดอยู่เรื่อย ก็เลยเลิก ตลอดคืนมีช่วงที่รู้สึกดีช่ว

Tags: , , ,