Posts Tagged movie

I give my first love to you.

วันนี้ พอดีมีเวลาว่างช่วงบ่ายๆ เลยไปพักผ่อนด้วยการดูหนังที่อยากดู แต่ไม่ได้จังหวะเสียที คือเรื่อง I give my first love to you.(Boku no hatsukoi wo kimi ni sasagu) มาครับ (ถ้าคุณอยากรู้ ผมดูคนเดียวครับ)

หนังเรื่องนี้เป็นหนังญี่ปุ่นที่ดัดแปลงมาจากการ์ตูน ผมเองไม่เคยอ่านการ์ตูนเรื่องนี้หรอกนะครับ แต่หลังจากดู Trailer แล้วรู้สึกอยากดูมาก
ผมจะไม่เล่าว่าเนื้อเรื่องเป็นยังไง เกี่ยวกับอะไร แต่หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ผมถึงกับ น้ำตาไหล กันเลยซึ่งไม่เจอแบบนี้มานานนับจากเรื่อง My Sassy Girl ครับ ยังมีผู้หญิงที่นั่งด้านหลังผม ถึงขั้นฟูมฟายน้ำตาไหลขี้มูกไหลกันเลยล่ะครับ

Read the rest of this entry »

Tags: ,

ครั้งแรกกับ IMAX3D

ขอจดไว้หน่อย วันนี้ไปดู AVATAR รอบที่ 2 มาครับ แต่รอบนี้ไปดูเพื่อ IMAX 3D โดยเฉพาะ!!

อยากดู IMAX 3D มานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสและรู้สึกว่า มันต้องเลือกหนังที่จะดูกับโรงแบบนี้ด้วยครับ ไม่ใช่หนังอะไรก็ได้

จะดูประสิทธิภาพของโรงแบบนี้ ก็ต้องเลือกกันนิดนึง จนมาเจอเรื่องนี้ ที่เป็นหนัง CG และพี่ที่บริษัทชวน เลยเอาซะเลย

  • ปกติแล้วมันมี แบบโรงจอ IMAX คือจอใหญ่ (ตึกกี่ชั้นไม่รู้ที่ชอบโฆษณา) แต่ไม่เป็น 3D กับ โรงที่เป็น 3D แต่จอธรรมดา แต่นี่คือทั้ง IMAX และ 3D
  • ราคาที่นั่ง คือ 350 บาทครับ แต่นี่ใช้ Krungsri GE ลดเหลือ 300
  • แจกแว่นคุณภาพโอเค และ จอใหญ่มากกกก (แต่หนังจริงๆฉายไม่เต็มจอนะ ฮ่าฮ่า)
  • ดูแล้วมัน 3D โอเคเลยครับ(ไม่ใช่ 3D หลอกขาย) และที่ผิดคาดคือ นึกว่าฉากที่เป็น CG จะรู้สึกถึง 3D ชัด แต่ที่ไหนได้ ฉากที่เป็นคนแสดงนี่แหละ สุดยอด หลายๆฉาก เหมือนเราไปนั่งฟังข้างๆตัวละครเลยครับ เห็นคนเดินผ่าน หรือเราเป็นตัวละครที่นอนอยู่แล้วเค้าก้มลงมามอง เหมือนกำลังมองเรา
  • สิ่งที่ผมชอบที่สุด กลับเป็น ตัวหนังสือ ที่ลอยออกมา เพราะในเรื่องมีการพูดภาษานาวี(ต่างดาว) ซึ่งจะมี english subtile ให้ มันจะลอยสวยมาก  และคมมาก
  • subtitle ภาษาไทย fail มาก เนื่องจากมันเป็นท้องถิ่นทำ build เพิ่มเข้าไป แล้วมันไม่เข้าระบบ 3D เวลามองผ่านแว่น จึงเบลอ จนมองยากมาก
  • โชคดีที่ดูมาแล้วหนึ่งรอบ และเรื่องนี้บทพูดฟังง่าย เลยดูได้โอเค
  • สำหรับโรง IMAX แบบนี้ การเลือกที่นั่ง สำคัญมาก!!!  ขอให้เลือกแถวไม่เกิน 4-5 แถวบนสุดและบริเวณตรงกลาง จะดีที่สุด
  • ผมไม่แน่ใจว่า ที่ภาพ 3D มันออกมาได้ดีแบบนี้ เพราะเทคโนโลยี 3D จริงๆ หรือ จอ IMAX ช่วย เพราะ จอ IMAX มันจะใหญ่และครอบคลุมมุมมองของสายตาปกติเราได้ ทำให้เรารู้สึกใกล้กับฉากในหนังมาก
  • ฉาก action เร็วๆ ยังทำได้ไม่ดี เวลามีฉากไล่ล่า หรืออะไรที่เปลี่ยนเร็วๆ จะเหมือน frame rate ไม่ถึงเมื่อมองผ่านแว่น จึงกลายเป็นดูไม่รู้เรื่อง
  • ค้นพบว่า แว่นที่มองน่าจะใช้พวกหลักการ polarization เพราะลองเอียงคอตะแคงดู ภาพจะเบลอ หรือบางฉากจะเห็นตัวคนแยกออกเป็น 2 เลย
  • ตลอดเรื่อง ยังไม่รู้สึกสบายเหมือนตาปกติ แต่มึนๆในระดับที่พอทนได้(หนัง 2 ชม. 45 นาที) ผมถอดแว่นพักไปประมาณ 4-5 รอบ

Read the rest of this entry »

Tags: ,

Life is either a great adventure or nothing

วันนี้ ได้โอกาส ไปดูมาจนได้ครับ หนังเรื่อง หนีตามกาลิเลโอ (Dear Galileo)?

หลังจากที่ อยากดูตั้งแต่เห็นตัวอย่างครั้งแรก

ไม่ต้องคอมเมนท์ถาม ผมไปดูคนเดียวครับ ไปเจอป้ายหน้าโรง

น้องเต้ยถามว่า “ใครมาดูหนังคนเดียวบ้าง ยกมือขึ้น?”? (0_0)/? ถึงกับโดน 55+

ต่อไปนี้ก็ spoil อย่างไปไม่ต้องสงสัยครับ

“Life is either a great adventure or nothing” – Hellen Keller

ผมคิดว่าประโยคนี้ เหมาะมากเลยครับ สำหรับหนังเรื่องนี้

ที่อาจไม่เหมือนใครเท่าไหร่ คือ ฉากที่ผมชอบที่สุด กลับเป็นฉากแรกของเรื่อง

คือ การกระโดดบันจี้จัมพ์ ดูแล้วขนลุกมาก และหลังจากดูจบ ผมรู้สึกว่า

ฉากนั้น มันคือเรื่องราวของหนังเรื่องนี้เลย

การมีเพื่อนรักที่จะอยู่ช่วยเหลือกัน และกระโดดออกไป ผจญภัยสู่โลกใหม่ๆ

ที่หลุดออกจากกรอบเดิมๆ มันดีมาก นึกถึงว่าเรากระโดดออกไป ในอากาศที่ไม่มีขอบเขตใดๆ

ดูแล้วผมขนลุกครับ

Read the rest of this entry »

Tags: , ,

Tokyo Tower: Mom & Me, and Sometimes Dad

เป็นหนังดีมากๆ อีกเรื่องที่ผมได้ดูครับ ดูตั้งแต่ 2-3 อาทิตย์ที่แล้ว

ผมไปดูคนเดียวครับ ตอนนั้นแค่อยากพักสมองชั่วครู่ ไปดูหนัง
ดูจบแล้ว อืมมม คิดถึงม๊า คิดถึงตัวเอง หนังเรื่องนี้ สอนอะไรหลายๆอย่าง

มีข้อคิดดีๆหลายอย่างเลยครับ แล้วหนังก็ดูง่ายมาก จับประเด็นง่ายๆ แต่รู้สึกได้
แล้วก็เป็นหนังอีกเรื่องครับ ที่ผมร้องไห้ T-T นักแสดงแสดงได้ดีมาก บทแม่นี่สุดๆ

แนะนำให้ไปดูนะครับ ยังไม่ออกจากโรง(โรงหนังสยาม)ด้วย รีบๆนะครับ อยุ่มาเกือบเดือนแล้วมั้ง

Tags: , ,

ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น

วันอาทิตย์เป็นวันพักผ่อนอีก 1 วันครับ ตื่นเที่ยง แล้วก็ออกไปดูหนังตามประสา
ดู ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น ครับผม ไม่ต้องสงสัยๆ ไม่ต้องคอมเมนท์ถาม
ดูคนเดียวครับ :P

มันมีรอบ 15.15  ที่มาบุญครอง ผมไปซื้อ ตอน 14.45 หึหึ หนังพึ่งเข้าใหม่
แถมกระแสแรงพอควร มาบุญครองอีก คิดเหรอครับ ว่าจะมีที่นั่งเหลือ 555

ตอนเดินไปที่เคาน์เตอร์ผมดูคนเดียวไงครับ สำหรับ sf เนี่ย เวลาจะซื้อตั๋ว
เค้าจะตั้งก่อนเลยว่ามาดูกีคน แล้วค่อยไปเลือกที่นั่ง

ผมเข้าไปซื้อคนเดียว เค้าตั้งให้เลยว่า ซื้อ 2 ที่นั่ง 5555
ผมเลยรีบบอกเค้าว่า “ผมดูคนเดียวครับ” คนขายมองหน้า แอบเฮิทเล็กน้อย ;P

เค้าเลยแก้ๆ แล้วก็ให้เลือกที่นั่ง ปรากฏว่่า ที่นั่งเหลือแถวหน้าสุดแถวเดียว
ประมาณ 5 ที่  แต่เดี๋ยวก่อนๆๆ มีแหว่งอยู่ที่นึงครับ ที่นั่ง H14 กลางๆโลง
แหว่งอยุ่ที่เดียว 5555 ประมาณว่า มันเหลือเศษพอดี หารสองไม่ลงตัว
ที่เดียวจริงๆ  จัดไปเลยครับ

นี่คือข้อดีของการมาดูหนังคนเดียวจำไว้ มีที่ให้คุณเสมอ(ผมเจอแบบนี้หลายรอบและ)

เข้าไปดู รีบๆเข้าโลงก่อนเวลา เพราะไม่อยาก เดินฝ่าฝูงที่นั่งเข้าไปดูทีหลัง
แล้วเค้าเห็นว่า เรามาดูหนังแบบนี้คนเดียว o_O แหะๆ

ข้างซ้าย เป็นกลุ่มผู้หญิงสามคน ข้างขวาเป็นกลุ่มผู้หญิงสองคน
เอ่อ ค่อยยังชั่ว ไม่มี couple ให้อิจฉาเล่น

(ต่อจากนี้ ไม่ต้องสงสัย สปอยล์ครับ)

หลังจากดูหนังจบ ออกจากโรง รู้สึกอิ่มเอิบพอสมควรครับ ชอบๆๆ
ใครจะว่ายังไงไม่รู้ แต่หลายๆฉาก อินไปด้วยเลยอะ
หลายๆฉาก ดูแล้วอยากร้องไห้ ดูแล้วขึ้นจมูกเลย อินไปด้วย
ไม่ได้เจอหนังอะไรแบบนี้ มาัซักพักแล้ว
ชอบทั้ง 4 เรื่อง มันมีประเด็นของมันอยู่แต่ละเรื่อง
แต่ชอบคู่ โจ้-ซี ที่สุด เพราะโดนสุด และใกล้ตัวสุดๆ
ดูไปเรื่อยๆ คาดหวังให้เปลี่ยนมาคู่นี้เร็วๆ

ตลอดเรื่อง เข้าใจเลยว่า โจ้ คิดอะไรอยู่ในใจ อินสุดๆ
“ไอเหรี้ยยย ทำแบบนี้ได้ไง” ความคิดหนึ่งระหว่างดู
“โจ้ มึงเจ๋งว่ะ” ความคิดหนึ่ง
“มันต้องแบบนี้แหละ” อีกความคิดหนึ่ง
“เป็นกุ กุก็ทำแบบนี้ ใช่เลย” อีกความคิดหนึ่ง
ผมว่าบทของโจ้ คนเขียนบทได้อินมาก
คือคนเขียนต้องเจออะไรแบบนี้มาแน่ๆ
เพราะหลายๆการกระทำ ผมว่าถ้าคนไม่เคยเจอ ต้องเขียนไปอีกทางนึง
ผมว่ามันมีความรู้สึกร่วม ที่คนแบบนี้จะมี
(หรือบังเอิญ เราเป็นคนแบบเดียวกับคนเขียนบทหว่า)

ดู โจ้-ซี แล้ว ไม่ชอบต่ายเลยว่ะ 555 แม้ในเรื่องจะน่ารักก็ตาม

คู่อื่นๆ
นานากับสองหนุ่ม – นานา น่ารัก อีกสองคนไปไกลๆ หมั่นไส้คนหล่อ ชิ่วๆๆ
ไอบอลที่โผล่มาก็อีกคน ชิ่วๆๆ 555
เหิรกับนวล – เจอแบบนี้เราจะทำไงวะ แต่ก็นะ มีแฟนน่ารักขนาดนั้นแล้วจะเอาไรอีกกกก
โฟกัสกับติตี๋ – คู่นี้ออกฮาอะ โฟกัสแสดงดี จะคอยติดตามผลงานต่อไป นะครับ
ติตี๋นี้โอเคนะ เป็นผุ้ชายที่ยอมรับเลยว่าหล่อ ดูดี และไม่รู้สึกน่าหมั่นไส้ด้วย
ชอบนางเอกในหนังที่ติตี๋แสดงด้วย เข้าใจว่าเป็นดาราไทยนะ ชื่อก้อย น่ารักมากก เวลาพูด

เรื่องนี้เสียดายอยู่อย่างเดียวคือ มันสั้นไปหน่อย เพราะต้องรันทั้ง 4 เรื่อง เวลา
ก็เจียดๆกันไป เลยเก็บรายละเอียดแต่ละเรื่องไม่ได้เยอะ อยากให้มีแบบ
รักแห่งสยามอะ เวอร์ชั่นไม่ได้ตัดไรงี้ 555 ไปดูแน่นอน

แม้จะเก็บรายละเอียดไม่ได้เยอะ แต่ผมชอบหนังเรื่องนี้อีกอย่าง
ที่หาได้ยากในหนังไทยหรือแม้แต่หนังฮอลลีวุดก็ตาม
คือเค้าใส่รายละเอียดยิบย่อยได้เยอะทีเดียว สิ่งของในฉาก ที่มาของมัน
เหตุผลที่มันมาอยู่ในฉาก ใส่ไว้เยอะมาก ผมชอบเรื่องราวเหล่านี้

Tags: ,

รักแห่งสยาม & No Reservation

เมื่อวาน กับ วันนี้ ไปดูหนังทั้ง 2 วันเลย ใช้ชีวิตเหลวไหลครับ ทั้งที่งานท่วมหัว

(บอกไว้ก่อนว่า จะรักแห่งสยามนี่อาจสปอยล์นะ)
เอาเรื่องแรกก่อน 

รักแห่งสยาม

ดูตัวอย่างครั้งแรก เรื่องนี้ ต้องดูให้ได้ หนังเข้าโรง ไม่มีเวลาไปดู หลีกเลี่ยง
และพยายามปิดหู หลบสปอยล์ทุกชนิด แต่ก็หยุดมันไม่ได้ ได้ยินเข้าจนได้
เป็นหนังเกย์ มีฉากจูบ หรืออะไรก็ตาม แต่ก็อยากดูอยู่ดี มันต้องมีอะไรบ้างสิ

ไปดูคนเดียวครับ (ตอนแรกจะไปดูกับคนอื่นๆตอนวันลอยกระทง แต่ล่มไง)
ในโรงคนน้อยแล้ว อาจจะเพราะกระแสมันตกแล้ว

ดูจบ รู้สึกได้ว่า หนังดีนะ หนังไม่ได้เน้นเรื่องเกย์มากเท่าที่ได้ยิน ไอฉากที่
บอกๆกัน มันนิดเดียวเอง สำหรับผม ผมว่ามีเรื่อง มีประเด็นอีกเยอะมากมาย
ที่น่าสนใจในเรื่องนี้ บทของสุนีย์(แม่) บทของจูน บทของมิว บทของโต้ง
บทของกร(พ่อ) บทของหญิง แต่ละคนมีความรักที่แตกต่างกันไป

ดูอีกด้านมันเป็นหนังชีวิตครอบครัวซะด้วยซ้ำ แม้ว่าบทมิวกับโต้ง บางฉาก
สื่อออกมาไม่ดีเท่าไหร่ ไม่อิน แต่ก็พอรับได้ แต่เรื่อง suffer นี่ผมได้รับเต็มๆ
เลยอะ จากหนังเรื่องนี้ แต่ตอนจบกลับไม่ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเท่าไหร่ เลย
เดินออกจากโรงแบบ งงๆ แต่ผมก็ยังว่าหนังเรื่องนี้ดีอยู่ดีแหละครับ

งงมั้ยล่ะ 555

เรื่องที่สอง วันนี้ไปดูมากับครอบครัวครับ

No Reservation

อยากดูตั้งแต่เห็นตัวอย่างแล้ว ชอบ Catherine Zeta-Jones อยู่แล้วด้วยครับ
พอดูจบ อิ่มเอิบครับ อิ่มเอิบ ในหนังให้บรรยากาศชนิดที่ว่าดูแล้ว นึกถึก
Rattatoule เลยล่ะครับ คล้ายกันมาก กลิ่นไอ แล้วก็ แคทเธอรีน เรื่องนี้
สวยมากกกกกกกกกกกกก สง่ามากด้วย แม้แต่เวลาชิมอาหารนี่แบบ
ได้ฟีลดีจริงๆ

เนื้อเรื่องก็อย่าพึ่งคิดว่า จะเบาๆ ง่ายๆ ไม่มีอะไรนะ มันมีอะไรอยู่เหมือนกัน
แต่ผมว่าเค้าทำได้สมดุลดี จนไม่รู้สึกว่าอะไรหนักเกินไป ดูได้สบายๆครับ

ดูแล้วอยากกินอาหารฝรั่งเศส มากมาย

ขอย้ำ แคทเธอรีนสวยจริงๆนะ (55+)

แคนี้แหละครับ

Tags: , , ,